Part of Smart Farm MJU — แพลตฟอร์ม IoT และ Edge AI สำหรับการเกษตรอัตโนมัติ
คู่มือใช้งาน Smart Farm MJU สำหรับเกษตรกร: ดูแปลง สั่งรดน้ำ และตั้งค่าระบบได้ด้วยตัวเอง
บทเรียนนี้พาคุณใช้งานระบบ Smart Farm MJU ได้ด้วยตัวเองตั้งแต่ศูนย์ คุณจะอ่านตัวเลขจากแปลงเป็น สั่งรดน้ำและตั้งตารางเวลาได้ และเข้าใจว่าค่าแต่ละช่องในหน้าตั้งค่ามีผลอย่างไร ถ้าทำตามไปด้วย จะใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง
ระบบนี้คือ Smart Farm MJU ซึ่งทำงานบนกล่องควบคุมที่ตั้งอยู่ในไร่ คุณไม่ต้องมีความรู้คอมพิวเตอร์มาก่อน ขอแค่ใช้แอปบนมือถือได้ก็พอ
- มือถือหรือคอมพิวเตอร์ที่มีเว็บเบราว์เซอร์ เช่น Chrome หรือ Safari
- ชื่อและรหัสผ่าน WiFi ของไร่ (ขอจากผู้ติดตั้งระบบ)
- ที่อยู่หน้าเว็บของระบบ ปกติคือ
http://192.168.0.2:3000ถ้าผู้ติดตั้งให้ที่อยู่อื่นไว้ ให้ใช้ที่อยู่นั้นแทน
ภาพหน้าจอในบทความนี้ถ่ายจากระบบจริง แต่ตัวเลขในภาพเป็นข้อมูลตัวอย่างที่จัดไว้ให้เห็นทุกส่วนครบ ภาพจากกล้องเป็นภาพต้นข้าวโพดตัวอย่างจาก Wikimedia Commons ไม่ใช่ภาพแปลงจริง ตัวเลขในแปลงของคุณจะไม่ตรงกับในภาพ
ส่วนที่ 1 ความรู้พื้นฐานที่ควรรู้ (ประมาณ 20 นาที)
1.1 ระบบนี้ทำงานอย่างไร
ระบบมีอุปกรณ์อยู่ 3 จุด ได้แก่ อุปกรณ์ในแปลง กล่องควบคุม และมือถือของคุณ ดังรูปที่ 1
- เซนเซอร์ (sensor) ปักอยู่ในแปลง วัดความชื้นในดิน อุณหภูมิ และความชื้นในอากาศ แล้วส่งตัวเลขเข้ากล่องควบคุมทุก 2 วินาที
- ปั๊มน้ำ เปิดและปิดตามคำสั่งจากกล่องควบคุม และดับเองเมื่อครบเวลา (ดูหัวข้อ 1.4)
- กล้อง ถ่ายภาพแปลงเป็นระยะ ค่าเริ่มต้นคือนาทีละ 1 ภาพ
- กล่องควบคุม เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในไร่ ทำหน้าที่เก็บข้อมูล สั่งรดน้ำตามตาราง และใช้ AI ช่วยดูภาพพืช
ทุกอย่างทำงานภายในไร่ เมื่ออินเทอร์เน็ตล่ม ระบบยังรดน้ำตามตารางได้ตามปกติ คุณแค่ต้องต่อ WiFi ของไร่จึงจะเปิดดูหน้าเว็บได้
1.2 ตัวเลข 3 ค่าที่ต้องอ่านให้เป็น
อุณหภูมิ (°C) คือความร้อนของอากาศรอบแปลง เซนเซอร์ที่ใช้คือ DHT22 ซึ่งผู้ผลิตระบุความคลาดเคลื่อนไว้ประมาณ ±0.5 °C จากเอกสารของ University of Missouri ผักฤดูร้อนโตได้ดีที่ประมาณ 20–30 °C ถ้าร้อนเกิน 30 °C จะเริ่มเครียดจากความร้อน และหยุดโตเมื่อร้อนถึงประมาณ 40 °C พืชทนร้อนบางชนิด เช่น แตงโม ทนได้มากกว่านี้
ความชื้นในอากาศ (%RH) คือความชื้นสัมพัทธ์ (relative humidity) กรมอุตุนิยมวิทยาอธิบายว่า เป็นอัตราส่วนของไอน้ำที่มีอยู่ในอากาศ เทียบกับไอน้ำที่อากาศจะรับได้จนอิ่มตัว ค่า 100% คืออากาศอิ่มตัวเต็มที่ ค่านี้มีผลกับพืช 2 ทาง
- อากาศร้อนและแห้ง ทำให้พืชคายน้ำและดินเสียน้ำเร็วขึ้น FAO ระบุว่าการคายระเหยน้ำขึ้นกับแสงแดด อุณหภูมิ ความชื้นอากาศ และลม
- อากาศชื้นจัด ทำให้ใบเปียกนาน และเกิดโรคเชื้อราได้ง่าย NC State Extension ระบุว่าใบที่เปียกต่อเนื่อง 4–6 ชั่วโมงก็พอให้เชื้อราโรคราสีเทาเข้าทำลายได้ และแนะนำให้รักษาความชื้นในโรงเรือนให้ต่ำกว่า 90%
ความชื้นในดิน (%) เป็นตัวเลขที่ใช้ตัดสินใจรดน้ำมากที่สุด แต่มีเรื่องสำคัญที่ต้องเข้าใจก่อน
ตัวเลขนี้ไม่ใช่ปริมาณน้ำจริงในดิน ระบบแปลงสัญญาณไฟฟ้าจากโพรบเป็นสเกล 0–100 โดย 0% คือแห้งเหมือนโพรบอยู่ในอากาศ และ 100% คือเปียกเต็มที่ งานวิจัยในวารสาร Sensors พบว่าเซนเซอร์ความชื้นดินราคาถูกให้ค่าต่างกันตามชนิดดิน จึงต้องปรับเทียบ (calibrate) กับดินแต่ละแบบ ดินทรายกับดินเหนียวที่ขึ้นตัวเลขเท่ากัน อาจมีน้ำไม่เท่ากัน
FAO แบ่งน้ำในดินด้วยจุดสำคัญ 2 จุด
- ความจุความชื้นสนาม (field capacity) คือปริมาณน้ำที่ดินอุ้มไว้ได้หลังน้ำส่วนเกินไหลลงไปหมดแล้ว
- จุดเหี่ยวถาวร (permanent wilting point) คือจุดที่ดินแห้งจนพืชเหี่ยวแล้วไม่ฟื้น
น้ำระหว่างสองจุดนี้คือน้ำที่พืชใช้ได้ FAO แนะนำว่าพืชหลายชนิดควรได้น้ำก่อนน้ำส่วนนี้จะหมดไปประมาณครึ่งหนึ่ง ดินแต่ละแบบอุ้มน้ำต่างกันมาก เช่น ดินทรายที่ความจุความชื้นสนามมีน้ำประมาณ 9–15% ของปริมาตรดิน ส่วนดินเหนียวมีประมาณ 35–40%
ระบบนี้ไม่ได้รู้ว่าดินของคุณเป็นแบบไหน วิธีที่ใช้ได้จริงคือจดค่าของแปลงตัวเอง
- รดน้ำให้ชุ่ม รอประมาณ 1–2 ชั่วโมงให้น้ำส่วนเกินไหลลง แล้วจดค่าความชื้นดินไว้ นี่คือค่า "ดินชุ่ม" ของแปลงคุณ
- สังเกตวันที่ใบพืชเริ่มเหี่ยวช่วงบ่าย แล้วจดค่าไว้ นี่คือค่าที่ "ปล่อยให้ต่ำกว่านี้ไม่ได้"
- ตั้งเกณฑ์รดน้ำให้อยู่ระหว่างสองค่านี้ (วิธีตั้งอยู่ในส่วนที่ 3)
1.3 AI ช่วยดูอะไรได้บ้าง และอะไรที่คุณยังต้องดูเอง
ระบบมีตัวช่วยวิเคราะห์ 3 อย่าง ทั้งหมดเป็นคำแนะนำ ไม่ได้สั่งปั๊มโดยตรง
- ความเสี่ยงการขาดน้ำ ระบบดูความชื้นในดินเป็นหลัก แล้วปรับด้วยอุณหภูมิและความชื้นอากาศ ผลออกมาเป็น 3 ระดับ คือ ต่ำ ปานกลาง สูง พร้อมเหตุผลว่าทำไมได้ระดับนั้น
- พื้นที่ใบเขียว (ทรงพุ่ม) ระบบนับว่าในภาพจากกล้องมีส่วนที่เป็นสีเขียวกี่เปอร์เซ็นต์ ถ้าตัวเลขนี้ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามวัน แปลว่าพืชกำลังโต
- ตรวจโรคพืช ระบบใช้ AI ชื่อ MobileNetV2 ซึ่งออกแบบมาให้ทำงานบนอุปกรณ์ขนาดเล็ก และฝึกด้วยภาพใบพืชจากชุดข้อมูล PlantVillage ที่มีภาพใบพืชกว่า 50,000 ภาพ
งานวิจัยที่สร้างโมเดลจากชุดข้อมูล PlantVillage (Mohanty และคณะ, 2016) รายงานว่าโมเดลทายถูกถึง 99.35% กับภาพแบบเดียวกับที่ใช้ฝึก แต่เมื่อทดสอบกับภาพจากแหล่งอื่น ความแม่นยำเหลือประมาณ 31% ภาพที่ใช้ฝึกส่วนใหญ่เป็นภาพใบไม้ที่ถ่ายในสภาพควบคุม ขณะที่ภาพจากแปลงจริงมีดิน เงา และแสงแดดปนอยู่
ถ้าระบบแจ้งว่าอาจเป็นโรค ให้เดินไปดูใบจริงทุกครั้ง และถ้าไม่แน่ใจ ให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่
1.4 เรื่องความปลอดภัยที่ระบบทำให้
ปั๊มน้ำเป็นอุปกรณ์เดียวที่ทำให้เกิดความเสียหายได้จริง เช่น น้ำท่วมแปลง ระบบจึงมีกลไกป้องกันหลายชั้น
- ปั๊มดับเองเสมอ ทุกครั้งที่สั่งเปิด จะมีเวลาปิดอัตโนมัติกำกับไว้ ระหว่างที่ปั๊มทำงาน กล่องควบคุมจะส่งคำสั่ง "ต่อเวลา" ไปที่ปั๊มทุก 2 นาที ถ้ากล่องควบคุมเสียหรือติดต่อปั๊มไม่ได้ ตัวปั๊มจะตัดไฟเองภายใน 5 นาที
- ถ้า WiFi ขาดเกิน 2 นาที ตัวปั๊มจะปิดตัวเองแล้วเริ่มระบบใหม่
- ปุ่ม "ปิดปั๊ม" กดได้ทุกเมื่อ ใช้หยุดฉุกเฉินได้ในทุกโหมด
- ข้ามรอบเมื่อดินยังชื้น ก่อนรดน้ำตามตารางทุกรอบ ระบบดูความชื้นดินก่อน ถ้ายังชื้นพอจะข้ามรอบนั้น
- ถ้าเซนเซอร์เสีย ระบบยังรดน้ำ ถ้าไม่มีค่าความชื้นดินที่ใช้ได้ภายใน 5 นาทีล่าสุด ระบบจะรดตามตารางไปก่อน เพราะการไม่รดน้ำเลยอันตรายต่อพืชมากกว่า
ส่วนที่ 2 เริ่มใช้งาน (ประมาณ 40 นาที)
2.1 เข้าสู่ระบบจากมือถือ
- เปิด WiFi ในมือถือ แล้วต่อ WiFi ของไร่
- เปิด Chrome (Android) หรือ Safari (iPhone) แล้วพิมพ์ที่อยู่ของระบบ เช่น
http://192.168.0.2:3000 - คุณจะเห็นหน้า "การทำงานสด" ถ้าตัวหนังสือเป็นภาษาอังกฤษ ให้แตะปุ่ม ไทย ที่มุมขวาบน
เพื่อให้เปิดครั้งต่อไปได้ง่าย ให้เพิ่มไอคอนของระบบไว้บนหน้าจอมือถือ
- Android (Chrome): แตะปุ่ม ⋮ ทางขวาของช่องที่อยู่ แตะ Install and create shortcut แล้วแตะ Add (วิธีจาก Google)
- iPhone (Safari): แตะเมนูของหน้าเว็บ แตะ Share เลื่อนลงแล้วแตะ Add to Home Screen และแตะ Add (วิธีจาก Apple)
บนมือถือ เมนูหลักอยู่ที่แถบด้านล่างของจอ มี 4 หน้า ได้แก่ แดชบอร์ด กล้อง การให้น้ำ และ ข้อมูลเชิงลึก AI ส่วนหน้าตั้งค่าอยู่ที่ไอคอนแถบเลื่อนมุมขวาบน
2.2 หน้าแดชบอร์ด: ดูภาพรวมของแปลง
ดูหน้านี้ตามลำดับ
- สถานะระบบ ที่ด้านบน ถ้าขึ้น "ปกติ" แปลว่าอุปกรณ์ทุกตัวส่งข้อมูลมาตามเวลา ถ้าขึ้น "ประสิทธิภาพลดลง" แปลว่ามีอุปกรณ์อย่างน้อย 1 ตัวไม่ได้ส่งข้อมูลมานานกว่า 30 วินาที
- กราฟแนวโน้ม ตอนเปิดหน้า กราฟจะอยู่ที่ "ปัจจุบัน" และค่อย ๆ เก็บค่าใหม่ทุก 5 วินาที แตะ 1 ชั่วโมง 1 วัน หรือ 7 วัน เพื่อดูย้อนหลัง กราฟแสดงได้ 3 เส้นพร้อมกัน และเลือกได้ว่าจะดูค่าอะไรจากเซนเซอร์ตัวไหน
- การ์ดของอุปกรณ์แต่ละตัว มีจุดไฟสีบอกความสดของข้อมูล
| ไฟ | ความหมาย |
|---|---|
| เขียว (สด) | ได้รับข้อมูลภายใน 30 วินาทีล่าสุด |
| เหลือง (ข้อมูลเก่า) | ข้อมูลล่าสุดเก่ากว่า 30 วินาที แต่ไม่เกิน 5 นาที |
| แดง (ออฟไลน์) | ไม่ได้รับข้อมูลเกิน 5 นาที |
แตะ 1 วัน ที่กราฟ แล้วดูเส้นความชื้นในดิน เส้นควรกระโดดขึ้นทุกครั้งที่มีการรดน้ำ แล้วค่อย ๆ ลดลงจนถึงรอบถัดไป ถ้าเส้นไม่ขึ้นเลยหลังรดน้ำ ให้ตรวจว่าโพรบปักอยู่ในดินบริเวณที่น้ำไปถึง
ถ้าเปิดจากคอมพิวเตอร์ จะเห็นการ์ดทั้งหมดในหน้าเดียว ดังรูปที่ 3
2.3 หน้ากล้อง: ดูแปลงจากที่ไกล
- ภาพใหญ่ คือภาพล่าสุดจากกล้อง แตะไอคอนมุมขวาล่างเพื่อดูเต็มจอ
- แถบประวัติ เลื่อนแถบไปทางซ้ายเพื่อดูภาพย้อนหลัง ค่าเริ่มต้นเก็บไว้ 90 ภาพ ถ้าถ่ายนาทีละภาพ จะย้อนดูได้ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง
- ดาวน์โหลดเฟรมปัจจุบัน บันทึกภาพล่าสุดลงเครื่อง เหมาะสำหรับส่งให้เจ้าหน้าที่ดู
- ข้อมูลโหนด ทางขวา บอกสถานะกล้อง ความแรงสัญญาณ WiFi (RSSI) หน่วยความจำว่าง และเวลาที่กล้องทำงานต่อเนื่อง
ระบบดูแลกล้องเองด้วย ถ้าหน่วยความจำว่างของกล้องลดลงต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของตอนเปิดเครื่อง ระบบจะสั่งให้กล้องเริ่มใหม่เอง ได้ไม่เกิน 3 ครั้งต่อวัน ถ้าเกินนั้นจะขึ้นป้าย สัญญาณลดลง ให้คนไปตรวจที่ตัวกล้อง
2.4 หน้าการให้น้ำ: สั่งรดน้ำและตั้งตารางเวลา
หน้านี้เป็นหน้าที่คุณจะใช้บ่อยที่สุด สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจคือโหมดของปั๊ม
| โหมด | ใครเป็นคนสั่งปั๊ม | ปุ่มเปิดปั๊ม | ปุ่มปิดปั๊ม |
|---|---|---|---|
| อัตโนมัติ | ตารางเวลา | กดไม่ได้ | กดได้เสมอ (หยุดฉุกเฉิน) |
| แมนนวล | คุณ | กดได้ | กดได้ |
สั่งรดน้ำเองชั่วคราว
- แตะ แมนนวล
- แตะ เปิดปั๊ม แล้ววงกลมกลางจอจะขึ้นว่า "กำลังทำงาน" ปั๊มจะปิดเองเมื่อครบเวลาปิดอัตโนมัติ (ค่าเริ่มต้น 5 นาที)
- ถ้าต้องการหยุดก่อน ให้แตะ ปิดปั๊ม
- รดเสร็จแล้ว อย่าลืมแตะ อัตโนมัติ กลับ ไม่อย่างนั้นตารางเวลาจะไม่ทำงาน
ลองทำ: ตั้งตารางรดน้ำเช้า 06:00 นาน 5 นาที ทุกวัน
- เลื่อนลงไปที่กล่อง ตารางการรดน้ำ แล้วแตะ เพิ่มรายการ
- ช่องแรกใส่เวลา 06:00 ช่องถัดมาใส่ 5 นาที (ตั้งได้ 1–60 นาที) และตั้งชื่อรายการ เช่น "รดน้ำเช้า"
- แตะวันให้เป็นสีเขียวครบทั้ง 7 วัน ตั้งแต่ อา ถึง ส
- ตรวจว่าช่อง เปิด ทางขวาถูกติ๊กแล้ว
- แตะ บันทึกตารางเวลา ที่ด้านล่างของกล่อง
เมื่อบันทึกแล้ว บรรทัด รอบถัดไป ด้านบนของกล่องจะบอกเวลาของรอบที่จะถึง ถ้าบรรทัดนี้ขึ้นว่า "ปิดโหมดอัตโนมัติ" แปลว่าปั๊มยังอยู่ในโหมดแมนนวล ให้แตะ อัตโนมัติ
ช่วงเวลารดน้ำก็สำคัญ Colorado State University Extension แนะนำให้รดระหว่าง 21:00–09:00 เพื่อลดน้ำที่ระเหยทิ้ง รอบเช้าตรู่จึงเป็นตัวเลือกที่ดี
กล่อง เซ็นเซอร์ของโหนด และ ข้อมูลการไหล จะขึ้น n/a ตลอด เพราะตัวควบคุมปั๊มรุ่นปัจจุบันยังไม่มีเซนเซอร์วัดความดันและอัตราการไหล ไม่ใช่อาการเสีย
ช่อง "ข้ามหากความชื้นในดิน ≥ (%)" ค่าเริ่มต้นคือ 60 ก่อนรดน้ำแต่ละรอบ ระบบเอาค่าความชื้นดินล่าสุดจากเซนเซอร์ทุกตัวมาเฉลี่ย ถ้าค่าเฉลี่ยถึงเกณฑ์นี้ ระบบจะข้ามรอบนั้น ให้ใช้ค่าที่คุณจดไว้ในหัวข้อ 1.2 มาตั้งช่องนี้
อ่านบันทึกกิจกรรม กล่องทางขวาบันทึกทุกครั้งที่ปั๊มทำงาน
- ทำงาน N นาที คือรอบที่รดตามตาราง
- ปิดอัตโนมัติ คือปั๊มดับเองเมื่อครบเวลา
- เปิดด้วยตนเอง / ปิดด้วยตนเอง คือรอบที่คุณกดเอง
- ข้าม (สีเหลือง) คือรอบที่ไม่รดเพราะดินยังชื้นพอ พร้อมบอกค่าความชื้นตอนนั้น
- บรรทัดสีแดง คือสั่งงานไม่สำเร็จ ให้ดูส่วนที่ 4
2.5 หน้าข้อมูลเชิงลึก AI: อ่านคำแนะนำ
- การประเมินการขาดน้ำ แสดงระดับความเสี่ยง ค่าที่ใช้คิด และกล่อง เหตุผล ที่บอกว่าทำไมได้ระดับนี้ เช่น "Soil moisture 67% → base low" แปลว่าดินชื้น 67% จึงเริ่มต้นที่ความเสี่ยงต่ำ
- แนวโน้มความเสี่ยง ดูย้อนหลังว่าแปลงเสี่ยงขาดน้ำช่วงเวลาไหนของวัน ถ้าความเสี่ยงขึ้นถึง "ปานกลาง" ทุกบ่าย อาจต้องเพิ่มรอบรดน้ำก่อนเที่ยง
- พื้นที่ปกคลุมของทรงพุ่ม บอกสัดส่วนสีเขียวในภาพ ภาพทางขวาระบายสีเขียวสดตรงส่วนที่ระบบนับเป็นใบ ถ้าระบบนับดินหรือหญ้าข้างแปลงไปด้วย ให้ปรับค่าตามหัวข้อ 3.4 หรือขยับกล้องให้เห็นเฉพาะแปลง
- การตรวจโรคพืช อยู่ด้านล่างของหน้า แตะ วิเคราะห์เฟรมล่าสุด แล้วรอสักครู่
ผลตรวจโรคมี 3 แบบ
- Healthy (สีเขียว) โมเดลคิดว่าใบปกติ ตัวเลขในวงเล็บคือความมั่นใจของโมเดล
- Possible: ชื่อโรค โมเดลคิดว่าอาจเป็นโรคนั้น ให้เดินไปดูใบจริง
- Inconclusive (สรุปไม่ได้) ความมั่นใจของโมเดลต่ำกว่าเกณฑ์ (ค่าเริ่มต้น 60%) มักเกิดเมื่อภาพมืด เบลอ หรือไม่เห็นใบชัด
ส่วนที่ 3 การตั้งค่า (ประมาณ 25 นาที)
แตะไอคอนแถบเลื่อนที่มุมขวาบนเพื่อเข้าหน้า ตั้งค่า หน้านี้มีหลายกล่อง แต่ละกล่องมีปุ่มบันทึกของตัวเอง ค่าที่บันทึกแล้วเก็บไว้ที่กล่องควบคุม ทุกคนที่เปิดหน้าเว็บจะเห็นค่าเดียวกัน
จดค่าเดิมไว้ก่อนทุกครั้ง และแก้ทีละค่า แล้วสังเกตผล 1–2 วัน ถ้าผลไม่ดีจะได้ย้อนกลับได้ บางกล่องมีปุ่ม คืนค่าเริ่มต้น ให้ใช้
3.1 การตั้งค่าการควบคุมปั๊ม
| ช่อง | ความหมาย | ค่าเริ่มต้น | เมื่อไหร่ควรแก้ |
|---|---|---|---|
| URL ปั๊ม | ที่อยู่ในเครือข่ายของตัวควบคุมปั๊ม | http://192.168.0.5 | ไม่ต้องแก้ เว้นแต่ผู้ติดตั้งเปลี่ยนอุปกรณ์ |
| ป้ายกำกับ | ชื่อปั๊มที่แสดงในหน้าเว็บ | Main Pump | เปลี่ยนเป็นชื่อที่คุณจำง่าย เช่น "ปั๊มแปลงผักบุ้ง" |
| เวลาปิดอัตโนมัติ (นาที) | เมื่อกดเปิดปั๊มเองในโหมดแมนนวล ปั๊มจะปิดเองหลังผ่านไปกี่นาที ตั้งได้ 1–60 | 5 | ตั้งให้พอดีกับเวลาที่ปกติคุณรดน้ำเอง ถ้าลืมกดปิด ปั๊มจะไม่เปิดค้างนานเกินค่านี้ |
3.2 การตั้งค่ากล้อง
| ช่อง | ความหมาย | ค่าเริ่มต้น | ข้อแนะนำ |
|---|---|---|---|
| ช่วงเวลาถ่ายภาพ (วินาที) | กล้องถ่ายภาพทุกกี่วินาที | 60 | ถ่ายถี่ขึ้นจะเห็นภาพสดกว่า แต่ภาพย้อนหลังจะครอบคลุมช่วงเวลาสั้นลง |
| ความละเอียด | ขนาดภาพ เช่น SVGA คือ 800×600 จุด และ UXGA คือ 1600×1200 จุด (ข้อมูลจาก Espressif) | SVGA | ภาพใหญ่ขึ้นจะเห็นใบชัดขึ้น แต่ไฟล์ใหญ่และส่งช้าลง |
| คุณภาพ JPEG | เลขยิ่งน้อย ภาพยิ่งชัดแต่ไฟล์ใหญ่ (ข้อมูลจาก Espressif) หน้าเว็บให้ตั้งได้ 4–63 | 12 | ถ้าภาพแตกเป็นเหลี่ยม ให้ลดเลขลง |
| รีบูตสำรองในเครื่อง (ชั่วโมง) | ให้กล้องเริ่มใหม่เองทุกกี่ชั่วโมง 0 คือปิด | 24 | ปล่อยไว้ตามเดิม |
| ขนาดริงประวัติ (เฟรม) | จำนวนภาพย้อนหลังที่เก็บไว้ | 90 | เพิ่มได้ถ้าอยากย้อนดูได้นานขึ้น แต่จะใช้หน่วยความจำของกล่องควบคุมมากขึ้น |
| เปิดการถ่ายภาพ | เปิดหรือหยุดการถ่ายภาพ | เปิด | ปิดชั่วคราวได้ เช่น ตอนย้ายกล้อง |
ค่าที่แก้ในกล่องนี้จะมีผลภายในรอบถ่ายภาพถัดไป ส่วนกล่อง การตั้งค่าแหล่งกล้อง ที่อยู่ด้านบนสุดของหน้า ให้ปล่อยไว้ที่โหมด "รีเลย์ผ่านเว็บเซิร์ฟเวอร์" ตามเดิม
3.3 ค่าเกณฑ์การขาดน้ำ
กล่องนี้มี 6 ช่อง ใช้ตัดสินระดับความเสี่ยงที่เห็นในหน้าข้อมูลเชิงลึก AI ดูภาพรวมได้จากรูปที่ 12
ระบบคิด 2 ขั้น
ขั้นที่ 1 ดูความชื้นในดินก่อน
| ช่อง | ค่าเริ่มต้น | ความหมาย |
|---|---|---|
| ความชื้นดิน % ต่ำกว่า → ปานกลาง | 60 | ดินต่ำกว่า 60% เริ่มนับว่าเสี่ยงปานกลาง |
| ความชื้นดิน % ต่ำกว่า → สูง | 30 | ดินต่ำกว่า 30% นับว่าเสี่ยงสูง |
ขั้นที่ 2 ปรับตามอากาศ
| ช่อง | ค่าเริ่มต้น | ความหมาย |
|---|---|---|
| ร้อนที่/เกิน (°C) | 33 | ถ้าร้อนตั้งแต่ค่านี้และแห้งตามช่องถัดไป ความเสี่ยงเพิ่ม 1 ระดับ |
| แห้งที่/ต่ำกว่า (%RH) | 45 | ใช้คู่กับช่อง "ร้อน" |
| เย็นที่/ต่ำกว่า (°C) | 22 | ถ้าเย็นถึงค่านี้และชื้นตามช่องถัดไป ความเสี่ยงลด 1 ระดับ |
| ชื้นที่/เกิน (%RH) | 75 | ใช้คู่กับช่อง "เย็น" |
ตัวอย่าง: ดินชื้น 45% อุณหภูมิ 35 °C และความชื้นอากาศ 40% ขั้นที่ 1 ได้ "ปานกลาง" เพราะดินต่ำกว่า 60 ขั้นที่ 2 อากาศทั้งร้อนและแห้ง จึงเพิ่มเป็น "สูง"
- ช่อง ความชื้นดิน ให้ใช้ค่าที่คุณจดไว้ในหัวข้อ 1.2 เพราะตัวเลขความชื้นดินของระบบนี้เป็นค่าเปรียบเทียบ ขึ้นกับชนิดดิน
- ช่อง ร้อน ค่าเริ่มต้นคือ 33 °C แต่ข้อมูลจาก University of Missouri ในหัวข้อ 1.2 บอกว่าผักฤดูร้อนเริ่มเครียดเมื่อเกิน 30 °C ถ้าปลูกผักที่ไม่ทนร้อน อาจลดช่องนี้ลง
- ค่าที่แก้ในกล่องนี้เปลี่ยนแค่ระดับความเสี่ยงที่แสดง ไม่ได้เปลี่ยนการรดน้ำ เกณฑ์ข้ามรอบรดน้ำอยู่ในหน้าการให้น้ำ (หัวข้อ 2.4)
3.4 การตรวจจับทรงพุ่ม (HSV)
กล่องนี้กำหนดว่าสีแบบไหนในภาพนับเป็น "ใบเขียว" ระบบอธิบายสีด้วย 3 ค่า เรียกรวมกันว่า HSV ดูรูปที่ 14 ประกอบ
| ช่อง | ความหมาย | ค่าเริ่มต้น |
|---|---|---|
| ฮิวต่ำสุด / สูงสุด (°) | ช่วงของ "สี" ที่นับเป็นใบ ฮิววัดเป็นองศา 0–360 โดยสีแดงอยู่ที่ 0° และสีเขียวอยู่ที่ประมาณ 120° | 60–170 |
| ความอิ่มสีต่ำสุด (%) | สีต้องสดอย่างน้อยเท่านี้ ช่องนี้ช่วยตัดดินและเงาที่มีสีออกเทา | 20 |
| ความสว่างต่ำสุด (%) | จุดในภาพต้องสว่างอย่างน้อยเท่านี้ ช่องนี้ช่วยตัดเงามืด | 15 |
วิธีปรับ: เปิดหน้าข้อมูลเชิงลึก AI ไว้อีกแท็บ แก้ค่าทีละน้อย บันทึก แล้วดูภาพที่ระบายสีเขียวสด
- ถ้าดินหรือฟางถูกนับเป็นใบ ให้เพิ่มความอิ่มสีต่ำสุด เช่น จาก 20 เป็น 30
- ถ้าใบเหลืองอ่อนไม่ถูกนับ ให้ลดฮิวต่ำสุดลงเล็กน้อย
3.5 การตรวจโรคพืช
ช่องเดียวในกล่องนี้คือ ค่าเกณฑ์ความเชื่อมั่น (%) ค่าเริ่มต้น 60 ถ้าโมเดลมั่นใจในคำตอบอันดับ 1 น้อยกว่าค่านี้ ระบบจะรายงานว่า "สรุปไม่ได้" แทนการเดา
- ตั้งค่าสูงขึ้น จะได้ผล "สรุปไม่ได้" บ่อยขึ้น แต่ผลที่สรุปได้จะน่าเชื่อถือขึ้น
- ตั้งค่าต่ำลง จะได้คำตอบบ่อยขึ้น แต่ทายผิดบ่อยขึ้น
ไม่ว่าตั้งค่าเท่าไหร่ ให้ใช้ผลนี้เป็นสัญญาณเตือนเท่านั้น ตามเหตุผลในหัวข้อ 1.3
ส่วนที่ 4 แก้ปัญหาเบื้องต้น (ประมาณ 10 นาที)
สรุป: สิ่งที่ควรเช็กทุกวัน (ประมาณ 5 นาที)
- เปิดหน้า แดชบอร์ด ดูว่าสถานะระบบขึ้น "ปกติ" และไม่มีการ์ดไฟแดง
- แตะกราฟ 1 วัน ดูว่าความชื้นดินขึ้นทุกครั้งที่รดน้ำ
- เปิดหน้า การให้น้ำ ดูว่าปั๊มอยู่ในโหมด อัตโนมัติ และบรรทัด รอบถัดไป ถูกต้อง
- ดู บันทึกกิจกรรม ว่าไม่มีบรรทัดสีแดง
- เปิดหน้า ข้อมูลเชิงลึก AI ดูระดับความเสี่ยงขาดน้ำ ถ้าระบบแจ้งเรื่องโรคพืช ให้เดินไปดูใบจริง
เมื่อคุ้นเคยกับระบบแล้ว ค่อย ๆ ปรับค่าในส่วนที่ 3 ให้เข้ากับแปลงของคุณ และจดผลไว้ทุกครั้ง ถ้าอยากรู้ว่าระบบออกแบบอย่างไร อ่านต่อได้ที่หน้าโครงการ Smart Farm MJU
แหล่งอ้างอิง
- Allen, R. G. และคณะ (1998). Crop evapotranspiration (FAO Irrigation and Drainage Paper 56). FAO. บทที่ 1 และบทที่ 8
- Abdelmoneim, A. A. และคณะ (2025). Calibration of Low-Cost Capacitive Soil Moisture Sensors for Irrigation Management Applications. Sensors. ลิงก์
- กรมอุตุนิยมวิทยา. ความชื้นสัมพัทธ์. ลิงก์
- Quesada-Ocampo, L. M. Botrytis Gray Mold of Tomato. NC State Extension. ลิงก์
- Gu, S. (2011). Heat Stress and Heat Stressed Tomatoes. University of Missouri IPM. ลิงก์
- Whiting, D. และ Jones, R. (2017). Watering Efficiently. Colorado State University Extension. ลิงก์
- Aosong. Digital relative humidity & temperature sensor AM2302/DHT22 (datasheet). ลิงก์
- Mohanty, S. P., Hughes, D. P. และ Salathé, M. (2016). Using Deep Learning for Image-Based Plant Disease Detection. Frontiers in Plant Science. ลิงก์
- Hughes, D. P. และ Salathé, M. (2015). An open access repository of images on plant health to enable the development of mobile disease diagnostics. arXiv:1511.08060. ลิงก์
- Sandler, M. และคณะ (2018). MobileNetV2: Inverted Residuals and Linear Bottlenecks. arXiv:1801.04381. ลิงก์
- Espressif. esp32-camera (sensor.h, esp_camera.h)
- Google Chrome Help. Create shortcuts for websites in Chrome (Android). ลิงก์
- Apple. Bookmark a website in Safari on iPhone. ลิงก์
- Wikipedia. HSL and HSV. ลิงก์