Part of Smart Farm MJU — แพลตฟอร์ม IoT และ Edge AI สำหรับการเกษตรอัตโนมัติ

2026-10-06 · 9 min read

คู่มือใช้งาน Smart Farm MJU สำหรับเกษตรกร: ดูแปลง สั่งรดน้ำ และตั้งค่าระบบได้ด้วยตัวเอง

คู่มือใช้งาน Smart Farm MJU สำหรับเกษตรกร: ดูแปลง สั่งรดน้ำ และตั้งค่าระบบได้ด้วยตัวเอง

บทเรียนนี้พาคุณใช้งานระบบ Smart Farm MJU ได้ด้วยตัวเองตั้งแต่ศูนย์ คุณจะอ่านตัวเลขจากแปลงเป็น สั่งรดน้ำและตั้งตารางเวลาได้ และเข้าใจว่าค่าแต่ละช่องในหน้าตั้งค่ามีผลอย่างไร ถ้าทำตามไปด้วย จะใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง

ระบบนี้คือ Smart Farm MJU ซึ่งทำงานบนกล่องควบคุมที่ตั้งอยู่ในไร่ คุณไม่ต้องมีความรู้คอมพิวเตอร์มาก่อน ขอแค่ใช้แอปบนมือถือได้ก็พอ

ℹ️ก่อนเริ่ม เตรียมสิ่งเหล่านี้
  • มือถือหรือคอมพิวเตอร์ที่มีเว็บเบราว์เซอร์ เช่น Chrome หรือ Safari
  • ชื่อและรหัสผ่าน WiFi ของไร่ (ขอจากผู้ติดตั้งระบบ)
  • ที่อยู่หน้าเว็บของระบบ ปกติคือ http://192.168.0.2:3000 ถ้าผู้ติดตั้งให้ที่อยู่อื่นไว้ ให้ใช้ที่อยู่นั้นแทน
📌เรื่องข้อมูลในภาพประกอบ

ภาพหน้าจอในบทความนี้ถ่ายจากระบบจริง แต่ตัวเลขในภาพเป็นข้อมูลตัวอย่างที่จัดไว้ให้เห็นทุกส่วนครบ ภาพจากกล้องเป็นภาพต้นข้าวโพดตัวอย่างจาก Wikimedia Commons ไม่ใช่ภาพแปลงจริง ตัวเลขในแปลงของคุณจะไม่ตรงกับในภาพ

ส่วนที่ 1 ความรู้พื้นฐานที่ควรรู้ (ประมาณ 20 นาที)

1.1 ระบบนี้ทำงานอย่างไร

ระบบมีอุปกรณ์อยู่ 3 จุด ได้แก่ อุปกรณ์ในแปลง กล่องควบคุม และมือถือของคุณ ดังรูปที่ 1

แผนภาพการทำงาน: เซนเซอร์และกล้องในแปลงส่งข้อมูลไปที่กล่องควบคุมในไร่ กล่องควบคุมสั่งปั๊มน้ำ และมือถือของคุณเชื่อมต่อกับกล่องควบคุมผ่าน WiFi ของไร่
รูปที่ 1 อุปกรณ์ในแปลงคุยกับกล่องควบคุม และคุณดูทุกอย่างผ่านมือถือ
  • เซนเซอร์ (sensor) ปักอยู่ในแปลง วัดความชื้นในดิน อุณหภูมิ และความชื้นในอากาศ แล้วส่งตัวเลขเข้ากล่องควบคุมทุก 2 วินาที
  • ปั๊มน้ำ เปิดและปิดตามคำสั่งจากกล่องควบคุม และดับเองเมื่อครบเวลา (ดูหัวข้อ 1.4)
  • กล้อง ถ่ายภาพแปลงเป็นระยะ ค่าเริ่มต้นคือนาทีละ 1 ภาพ
  • กล่องควบคุม เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในไร่ ทำหน้าที่เก็บข้อมูล สั่งรดน้ำตามตาราง และใช้ AI ช่วยดูภาพพืช

ทุกอย่างทำงานภายในไร่ เมื่ออินเทอร์เน็ตล่ม ระบบยังรดน้ำตามตารางได้ตามปกติ คุณแค่ต้องต่อ WiFi ของไร่จึงจะเปิดดูหน้าเว็บได้

1.2 ตัวเลข 3 ค่าที่ต้องอ่านให้เป็น

อุณหภูมิ (°C) คือความร้อนของอากาศรอบแปลง เซนเซอร์ที่ใช้คือ DHT22 ซึ่งผู้ผลิตระบุความคลาดเคลื่อนไว้ประมาณ ±0.5 °C จากเอกสารของ University of Missouri ผักฤดูร้อนโตได้ดีที่ประมาณ 20–30 °C ถ้าร้อนเกิน 30 °C จะเริ่มเครียดจากความร้อน และหยุดโตเมื่อร้อนถึงประมาณ 40 °C พืชทนร้อนบางชนิด เช่น แตงโม ทนได้มากกว่านี้

ความชื้นในอากาศ (%RH) คือความชื้นสัมพัทธ์ (relative humidity) กรมอุตุนิยมวิทยาอธิบายว่า เป็นอัตราส่วนของไอน้ำที่มีอยู่ในอากาศ เทียบกับไอน้ำที่อากาศจะรับได้จนอิ่มตัว ค่า 100% คืออากาศอิ่มตัวเต็มที่ ค่านี้มีผลกับพืช 2 ทาง

  • อากาศร้อนและแห้ง ทำให้พืชคายน้ำและดินเสียน้ำเร็วขึ้น FAO ระบุว่าการคายระเหยน้ำขึ้นกับแสงแดด อุณหภูมิ ความชื้นอากาศ และลม
  • อากาศชื้นจัด ทำให้ใบเปียกนาน และเกิดโรคเชื้อราได้ง่าย NC State Extension ระบุว่าใบที่เปียกต่อเนื่อง 4–6 ชั่วโมงก็พอให้เชื้อราโรคราสีเทาเข้าทำลายได้ และแนะนำให้รักษาความชื้นในโรงเรือนให้ต่ำกว่า 90%

ความชื้นในดิน (%) เป็นตัวเลขที่ใช้ตัดสินใจรดน้ำมากที่สุด แต่มีเรื่องสำคัญที่ต้องเข้าใจก่อน

⚠️ความชื้นในดิน % ของระบบนี้ เป็นค่าเปรียบเทียบ

ตัวเลขนี้ไม่ใช่ปริมาณน้ำจริงในดิน ระบบแปลงสัญญาณไฟฟ้าจากโพรบเป็นสเกล 0–100 โดย 0% คือแห้งเหมือนโพรบอยู่ในอากาศ และ 100% คือเปียกเต็มที่ งานวิจัยในวารสาร Sensors พบว่าเซนเซอร์ความชื้นดินราคาถูกให้ค่าต่างกันตามชนิดดิน จึงต้องปรับเทียบ (calibrate) กับดินแต่ละแบบ ดินทรายกับดินเหนียวที่ขึ้นตัวเลขเท่ากัน อาจมีน้ำไม่เท่ากัน

FAO แบ่งน้ำในดินด้วยจุดสำคัญ 2 จุด

  • ความจุความชื้นสนาม (field capacity) คือปริมาณน้ำที่ดินอุ้มไว้ได้หลังน้ำส่วนเกินไหลลงไปหมดแล้ว
  • จุดเหี่ยวถาวร (permanent wilting point) คือจุดที่ดินแห้งจนพืชเหี่ยวแล้วไม่ฟื้น

น้ำระหว่างสองจุดนี้คือน้ำที่พืชใช้ได้ FAO แนะนำว่าพืชหลายชนิดควรได้น้ำก่อนน้ำส่วนนี้จะหมดไปประมาณครึ่งหนึ่ง ดินแต่ละแบบอุ้มน้ำต่างกันมาก เช่น ดินทรายที่ความจุความชื้นสนามมีน้ำประมาณ 9–15% ของปริมาตรดิน ส่วนดินเหนียวมีประมาณ 35–40%

ระบบนี้ไม่ได้รู้ว่าดินของคุณเป็นแบบไหน วิธีที่ใช้ได้จริงคือจดค่าของแปลงตัวเอง

💡หาตัวเลขของแปลงคุณเอง
  1. รดน้ำให้ชุ่ม รอประมาณ 1–2 ชั่วโมงให้น้ำส่วนเกินไหลลง แล้วจดค่าความชื้นดินไว้ นี่คือค่า "ดินชุ่ม" ของแปลงคุณ
  2. สังเกตวันที่ใบพืชเริ่มเหี่ยวช่วงบ่าย แล้วจดค่าไว้ นี่คือค่าที่ "ปล่อยให้ต่ำกว่านี้ไม่ได้"
  3. ตั้งเกณฑ์รดน้ำให้อยู่ระหว่างสองค่านี้ (วิธีตั้งอยู่ในส่วนที่ 3)

1.3 AI ช่วยดูอะไรได้บ้าง และอะไรที่คุณยังต้องดูเอง

ระบบมีตัวช่วยวิเคราะห์ 3 อย่าง ทั้งหมดเป็นคำแนะนำ ไม่ได้สั่งปั๊มโดยตรง

  1. ความเสี่ยงการขาดน้ำ ระบบดูความชื้นในดินเป็นหลัก แล้วปรับด้วยอุณหภูมิและความชื้นอากาศ ผลออกมาเป็น 3 ระดับ คือ ต่ำ ปานกลาง สูง พร้อมเหตุผลว่าทำไมได้ระดับนั้น
  2. พื้นที่ใบเขียว (ทรงพุ่ม) ระบบนับว่าในภาพจากกล้องมีส่วนที่เป็นสีเขียวกี่เปอร์เซ็นต์ ถ้าตัวเลขนี้ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามวัน แปลว่าพืชกำลังโต
  3. ตรวจโรคพืช ระบบใช้ AI ชื่อ MobileNetV2 ซึ่งออกแบบมาให้ทำงานบนอุปกรณ์ขนาดเล็ก และฝึกด้วยภาพใบพืชจากชุดข้อมูล PlantVillage ที่มีภาพใบพืชกว่า 50,000 ภาพ
🚨ผลตรวจโรคเป็นแค่สัญญาณเตือน

งานวิจัยที่สร้างโมเดลจากชุดข้อมูล PlantVillage (Mohanty และคณะ, 2016) รายงานว่าโมเดลทายถูกถึง 99.35% กับภาพแบบเดียวกับที่ใช้ฝึก แต่เมื่อทดสอบกับภาพจากแหล่งอื่น ความแม่นยำเหลือประมาณ 31% ภาพที่ใช้ฝึกส่วนใหญ่เป็นภาพใบไม้ที่ถ่ายในสภาพควบคุม ขณะที่ภาพจากแปลงจริงมีดิน เงา และแสงแดดปนอยู่

ถ้าระบบแจ้งว่าอาจเป็นโรค ให้เดินไปดูใบจริงทุกครั้ง และถ้าไม่แน่ใจ ให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่

1.4 เรื่องความปลอดภัยที่ระบบทำให้

ปั๊มน้ำเป็นอุปกรณ์เดียวที่ทำให้เกิดความเสียหายได้จริง เช่น น้ำท่วมแปลง ระบบจึงมีกลไกป้องกันหลายชั้น

  • ปั๊มดับเองเสมอ ทุกครั้งที่สั่งเปิด จะมีเวลาปิดอัตโนมัติกำกับไว้ ระหว่างที่ปั๊มทำงาน กล่องควบคุมจะส่งคำสั่ง "ต่อเวลา" ไปที่ปั๊มทุก 2 นาที ถ้ากล่องควบคุมเสียหรือติดต่อปั๊มไม่ได้ ตัวปั๊มจะตัดไฟเองภายใน 5 นาที
  • ถ้า WiFi ขาดเกิน 2 นาที ตัวปั๊มจะปิดตัวเองแล้วเริ่มระบบใหม่
  • ปุ่ม "ปิดปั๊ม" กดได้ทุกเมื่อ ใช้หยุดฉุกเฉินได้ในทุกโหมด
  • ข้ามรอบเมื่อดินยังชื้น ก่อนรดน้ำตามตารางทุกรอบ ระบบดูความชื้นดินก่อน ถ้ายังชื้นพอจะข้ามรอบนั้น
  • ถ้าเซนเซอร์เสีย ระบบยังรดน้ำ ถ้าไม่มีค่าความชื้นดินที่ใช้ได้ภายใน 5 นาทีล่าสุด ระบบจะรดตามตารางไปก่อน เพราะการไม่รดน้ำเลยอันตรายต่อพืชมากกว่า

ส่วนที่ 2 เริ่มใช้งาน (ประมาณ 40 นาที)

2.1 เข้าสู่ระบบจากมือถือ

  1. เปิด WiFi ในมือถือ แล้วต่อ WiFi ของไร่
  2. เปิด Chrome (Android) หรือ Safari (iPhone) แล้วพิมพ์ที่อยู่ของระบบ เช่น http://192.168.0.2:3000
  3. คุณจะเห็นหน้า "การทำงานสด" ถ้าตัวหนังสือเป็นภาษาอังกฤษ ให้แตะปุ่ม ไทย ที่มุมขวาบน

เพื่อให้เปิดครั้งต่อไปได้ง่าย ให้เพิ่มไอคอนของระบบไว้บนหน้าจอมือถือ

  • Android (Chrome): แตะปุ่ม ⋮ ทางขวาของช่องที่อยู่ แตะ Install and create shortcut แล้วแตะ Add (วิธีจาก Google)
  • iPhone (Safari): แตะเมนูของหน้าเว็บ แตะ Share เลื่อนลงแล้วแตะ Add to Home Screen และแตะ Add (วิธีจาก Apple)

บนมือถือ เมนูหลักอยู่ที่แถบด้านล่างของจอ มี 4 หน้า ได้แก่ แดชบอร์ด กล้อง การให้น้ำ และ ข้อมูลเชิงลึก AI ส่วนหน้าตั้งค่าอยู่ที่ไอคอนแถบเลื่อนมุมขวาบน

2.2 หน้าแดชบอร์ด: ดูภาพรวมของแปลง

หน้าแดชบอร์ดบนมือถือ แสดงสถานะระบบปกติ กราฟแนวโน้มอุณหภูมิ ความชื้นอากาศ และความชื้นในดินย้อนหลัง 1 วัน และแถบเมนูด้านล่าง
รูปที่ 2 หน้าแดชบอร์ดบนมือถือ (ข้อมูลตัวอย่าง)

ดูหน้านี้ตามลำดับ

  1. สถานะระบบ ที่ด้านบน ถ้าขึ้น "ปกติ" แปลว่าอุปกรณ์ทุกตัวส่งข้อมูลมาตามเวลา ถ้าขึ้น "ประสิทธิภาพลดลง" แปลว่ามีอุปกรณ์อย่างน้อย 1 ตัวไม่ได้ส่งข้อมูลมานานกว่า 30 วินาที
  2. กราฟแนวโน้ม ตอนเปิดหน้า กราฟจะอยู่ที่ "ปัจจุบัน" และค่อย ๆ เก็บค่าใหม่ทุก 5 วินาที แตะ 1 ชั่วโมง 1 วัน หรือ 7 วัน เพื่อดูย้อนหลัง กราฟแสดงได้ 3 เส้นพร้อมกัน และเลือกได้ว่าจะดูค่าอะไรจากเซนเซอร์ตัวไหน
  3. การ์ดของอุปกรณ์แต่ละตัว มีจุดไฟสีบอกความสดของข้อมูล
ไฟความหมาย
เขียว (สด)ได้รับข้อมูลภายใน 30 วินาทีล่าสุด
เหลือง (ข้อมูลเก่า)ข้อมูลล่าสุดเก่ากว่า 30 วินาที แต่ไม่เกิน 5 นาที
แดง (ออฟไลน์)ไม่ได้รับข้อมูลเกิน 5 นาที
💡ลองทำ

แตะ 1 วัน ที่กราฟ แล้วดูเส้นความชื้นในดิน เส้นควรกระโดดขึ้นทุกครั้งที่มีการรดน้ำ แล้วค่อย ๆ ลดลงจนถึงรอบถัดไป ถ้าเส้นไม่ขึ้นเลยหลังรดน้ำ ให้ตรวจว่าโพรบปักอยู่ในดินบริเวณที่น้ำไปถึง

ถ้าเปิดจากคอมพิวเตอร์ จะเห็นการ์ดทั้งหมดในหน้าเดียว ดังรูปที่ 3

หน้าแดชบอร์ดบนคอมพิวเตอร์ แสดงกราฟแนวโน้ม 1 วัน การ์ดปั๊มน้ำที่กำลังทำงานพร้อมเวลานับถอยหลัง การ์ดความเสี่ยงการขาดน้ำ และการ์ดเซนเซอร์
รูปที่ 3 หน้าแดชบอร์ดบนคอมพิวเตอร์ (ข้อมูลตัวอย่าง)

2.3 หน้ากล้อง: ดูแปลงจากที่ไกล

หน้ากล้องแสดงภาพสดของแปลง แถบประวัติภาพย้อนหลัง ปุ่มดาวน์โหลด และข้อมูลของกล้อง
รูปที่ 4 หน้ากล้อง (ภาพและข้อมูลตัวอย่าง) · ภาพกล้องตัวอย่าง: Valerie Everett / CC BY-SA 2.0 (Wikimedia Commons)
  • ภาพใหญ่ คือภาพล่าสุดจากกล้อง แตะไอคอนมุมขวาล่างเพื่อดูเต็มจอ
  • แถบประวัติ เลื่อนแถบไปทางซ้ายเพื่อดูภาพย้อนหลัง ค่าเริ่มต้นเก็บไว้ 90 ภาพ ถ้าถ่ายนาทีละภาพ จะย้อนดูได้ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง
  • ดาวน์โหลดเฟรมปัจจุบัน บันทึกภาพล่าสุดลงเครื่อง เหมาะสำหรับส่งให้เจ้าหน้าที่ดู
  • ข้อมูลโหนด ทางขวา บอกสถานะกล้อง ความแรงสัญญาณ WiFi (RSSI) หน่วยความจำว่าง และเวลาที่กล้องทำงานต่อเนื่อง

ระบบดูแลกล้องเองด้วย ถ้าหน่วยความจำว่างของกล้องลดลงต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของตอนเปิดเครื่อง ระบบจะสั่งให้กล้องเริ่มใหม่เอง ได้ไม่เกิน 3 ครั้งต่อวัน ถ้าเกินนั้นจะขึ้นป้าย สัญญาณลดลง ให้คนไปตรวจที่ตัวกล้อง

2.4 หน้าการให้น้ำ: สั่งรดน้ำและตั้งตารางเวลา

หน้านี้เป็นหน้าที่คุณจะใช้บ่อยที่สุด สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจคือโหมดของปั๊ม

หน้าการให้น้ำบนมือถือ 2 ภาพเทียบกัน ภาพซ้ายเป็นโหมดอัตโนมัติที่ปุ่มเปิดปั๊มเป็นสีจาง ภาพขวาเป็นโหมดแมนนวลที่กดปุ่มเปิดปั๊มได้
รูปที่ 5 โหมดอัตโนมัติ (ซ้าย) เทียบกับโหมดแมนนวล (ขวา) (ข้อมูลตัวอย่าง)
โหมดใครเป็นคนสั่งปั๊มปุ่มเปิดปั๊มปุ่มปิดปั๊ม
อัตโนมัติตารางเวลากดไม่ได้กดได้เสมอ (หยุดฉุกเฉิน)
แมนนวลคุณกดได้กดได้

สั่งรดน้ำเองชั่วคราว

  1. แตะ แมนนวล
  2. แตะ เปิดปั๊ม แล้ววงกลมกลางจอจะขึ้นว่า "กำลังทำงาน" ปั๊มจะปิดเองเมื่อครบเวลาปิดอัตโนมัติ (ค่าเริ่มต้น 5 นาที)
  3. ถ้าต้องการหยุดก่อน ให้แตะ ปิดปั๊ม
  4. รดเสร็จแล้ว อย่าลืมแตะ อัตโนมัติ กลับ ไม่อย่างนั้นตารางเวลาจะไม่ทำงาน

ลองทำ: ตั้งตารางรดน้ำเช้า 06:00 นาน 5 นาที ทุกวัน

หน้าการให้น้ำบนคอมพิวเตอร์ แสดงตารางรดน้ำ 3 รอบ ช่องเกณฑ์ข้ามรอบ และบันทึกกิจกรรมของปั๊ม
รูปที่ 6 ตารางการรดน้ำและบันทึกกิจกรรม (ข้อมูลตัวอย่าง) · ภาพกล้องตัวอย่าง: Valerie Everett / CC BY-SA 2.0 (Wikimedia Commons)
  1. เลื่อนลงไปที่กล่อง ตารางการรดน้ำ แล้วแตะ เพิ่มรายการ
  2. ช่องแรกใส่เวลา 06:00 ช่องถัดมาใส่ 5 นาที (ตั้งได้ 1–60 นาที) และตั้งชื่อรายการ เช่น "รดน้ำเช้า"
  3. แตะวันให้เป็นสีเขียวครบทั้ง 7 วัน ตั้งแต่ อา ถึง ส
  4. ตรวจว่าช่อง เปิด ทางขวาถูกติ๊กแล้ว
  5. แตะ บันทึกตารางเวลา ที่ด้านล่างของกล่อง

เมื่อบันทึกแล้ว บรรทัด รอบถัดไป ด้านบนของกล่องจะบอกเวลาของรอบที่จะถึง ถ้าบรรทัดนี้ขึ้นว่า "ปิดโหมดอัตโนมัติ" แปลว่าปั๊มยังอยู่ในโหมดแมนนวล ให้แตะ อัตโนมัติ

ช่วงเวลารดน้ำก็สำคัญ Colorado State University Extension แนะนำให้รดระหว่าง 21:00–09:00 เพื่อลดน้ำที่ระเหยทิ้ง รอบเช้าตรู่จึงเป็นตัวเลือกที่ดี

กล่อง เซ็นเซอร์ของโหนด และ ข้อมูลการไหล จะขึ้น n/a ตลอด เพราะตัวควบคุมปั๊มรุ่นปัจจุบันยังไม่มีเซนเซอร์วัดความดันและอัตราการไหล ไม่ใช่อาการเสีย

ช่อง "ข้ามหากความชื้นในดิน ≥ (%)" ค่าเริ่มต้นคือ 60 ก่อนรดน้ำแต่ละรอบ ระบบเอาค่าความชื้นดินล่าสุดจากเซนเซอร์ทุกตัวมาเฉลี่ย ถ้าค่าเฉลี่ยถึงเกณฑ์นี้ ระบบจะข้ามรอบนั้น ให้ใช้ค่าที่คุณจดไว้ในหัวข้อ 1.2 มาตั้งช่องนี้

อ่านบันทึกกิจกรรม กล่องทางขวาบันทึกทุกครั้งที่ปั๊มทำงาน

  • ทำงาน N นาที คือรอบที่รดตามตาราง
  • ปิดอัตโนมัติ คือปั๊มดับเองเมื่อครบเวลา
  • เปิดด้วยตนเอง / ปิดด้วยตนเอง คือรอบที่คุณกดเอง
  • ข้าม (สีเหลือง) คือรอบที่ไม่รดเพราะดินยังชื้นพอ พร้อมบอกค่าความชื้นตอนนั้น
  • บรรทัดสีแดง คือสั่งงานไม่สำเร็จ ให้ดูส่วนที่ 4

2.5 หน้าข้อมูลเชิงลึก AI: อ่านคำแนะนำ

หน้าข้อมูลเชิงลึก AI แสดงระดับความเสี่ยงขาดน้ำพร้อมเหตุผล กราฟแนวโน้มความเสี่ยง และพื้นที่ใบเขียว 12.6 เปอร์เซ็นต์ พร้อมภาพที่ระบายส่วนที่นับเป็นใบเขียว
รูปที่ 7 หน้าข้อมูลเชิงลึก AI (ข้อมูลและภาพตัวอย่าง) · ภาพกล้องตัวอย่าง: Valerie Everett / CC BY-SA 2.0 (Wikimedia Commons)
  • การประเมินการขาดน้ำ แสดงระดับความเสี่ยง ค่าที่ใช้คิด และกล่อง เหตุผล ที่บอกว่าทำไมได้ระดับนี้ เช่น "Soil moisture 67% → base low" แปลว่าดินชื้น 67% จึงเริ่มต้นที่ความเสี่ยงต่ำ
  • แนวโน้มความเสี่ยง ดูย้อนหลังว่าแปลงเสี่ยงขาดน้ำช่วงเวลาไหนของวัน ถ้าความเสี่ยงขึ้นถึง "ปานกลาง" ทุกบ่าย อาจต้องเพิ่มรอบรดน้ำก่อนเที่ยง
  • พื้นที่ปกคลุมของทรงพุ่ม บอกสัดส่วนสีเขียวในภาพ ภาพทางขวาระบายสีเขียวสดตรงส่วนที่ระบบนับเป็นใบ ถ้าระบบนับดินหรือหญ้าข้างแปลงไปด้วย ให้ปรับค่าตามหัวข้อ 3.4 หรือขยับกล้องให้เห็นเฉพาะแปลง
  • การตรวจโรคพืช อยู่ด้านล่างของหน้า แตะ วิเคราะห์เฟรมล่าสุด แล้วรอสักครู่
ส่วนการตรวจโรคพืช แสดงผล Healthy 98.6 เปอร์เซ็นต์ รายการคาดการณ์อันดับต้น และประวัติการตรวจล่าสุด
รูปที่ 8 ผลการตรวจโรคพืช (ข้อมูลตัวอย่าง)

ผลตรวจโรคมี 3 แบบ

  • Healthy (สีเขียว) โมเดลคิดว่าใบปกติ ตัวเลขในวงเล็บคือความมั่นใจของโมเดล
  • Possible: ชื่อโรค โมเดลคิดว่าอาจเป็นโรคนั้น ให้เดินไปดูใบจริง
  • Inconclusive (สรุปไม่ได้) ความมั่นใจของโมเดลต่ำกว่าเกณฑ์ (ค่าเริ่มต้น 60%) มักเกิดเมื่อภาพมืด เบลอ หรือไม่เห็นใบชัด

ส่วนที่ 3 การตั้งค่า (ประมาณ 25 นาที)

แตะไอคอนแถบเลื่อนที่มุมขวาบนเพื่อเข้าหน้า ตั้งค่า หน้านี้มีหลายกล่อง แต่ละกล่องมีปุ่มบันทึกของตัวเอง ค่าที่บันทึกแล้วเก็บไว้ที่กล่องควบคุม ทุกคนที่เปิดหน้าเว็บจะเห็นค่าเดียวกัน

🚨ก่อนแก้ค่า

จดค่าเดิมไว้ก่อนทุกครั้ง และแก้ทีละค่า แล้วสังเกตผล 1–2 วัน ถ้าผลไม่ดีจะได้ย้อนกลับได้ บางกล่องมีปุ่ม คืนค่าเริ่มต้น ให้ใช้

3.1 การตั้งค่าการควบคุมปั๊ม

กล่องการตั้งค่าการควบคุมปั๊ม มีช่อง URL ปั๊ม ป้ายกำกับ และเวลาปิดอัตโนมัติ
รูปที่ 9 การตั้งค่าการควบคุมปั๊ม
ช่องความหมายค่าเริ่มต้นเมื่อไหร่ควรแก้
URL ปั๊มที่อยู่ในเครือข่ายของตัวควบคุมปั๊มhttp://192.168.0.5ไม่ต้องแก้ เว้นแต่ผู้ติดตั้งเปลี่ยนอุปกรณ์
ป้ายกำกับชื่อปั๊มที่แสดงในหน้าเว็บMain Pumpเปลี่ยนเป็นชื่อที่คุณจำง่าย เช่น "ปั๊มแปลงผักบุ้ง"
เวลาปิดอัตโนมัติ (นาที)เมื่อกดเปิดปั๊มเองในโหมดแมนนวล ปั๊มจะปิดเองหลังผ่านไปกี่นาที ตั้งได้ 1–605ตั้งให้พอดีกับเวลาที่ปกติคุณรดน้ำเอง ถ้าลืมกดปิด ปั๊มจะไม่เปิดค้างนานเกินค่านี้

3.2 การตั้งค่ากล้อง

กล่องการควบคุมกล้อง มีช่องช่วงเวลาถ่ายภาพ ความละเอียด คุณภาพ JPEG รีบูตสำรอง ขนาดริงประวัติ และสวิตช์เปิดการถ่ายภาพ
รูปที่ 10 การควบคุมกล้อง (อุปกรณ์)
ช่องความหมายค่าเริ่มต้นข้อแนะนำ
ช่วงเวลาถ่ายภาพ (วินาที)กล้องถ่ายภาพทุกกี่วินาที60ถ่ายถี่ขึ้นจะเห็นภาพสดกว่า แต่ภาพย้อนหลังจะครอบคลุมช่วงเวลาสั้นลง
ความละเอียดขนาดภาพ เช่น SVGA คือ 800×600 จุด และ UXGA คือ 1600×1200 จุด (ข้อมูลจาก Espressif)SVGAภาพใหญ่ขึ้นจะเห็นใบชัดขึ้น แต่ไฟล์ใหญ่และส่งช้าลง
คุณภาพ JPEGเลขยิ่งน้อย ภาพยิ่งชัดแต่ไฟล์ใหญ่ (ข้อมูลจาก Espressif) หน้าเว็บให้ตั้งได้ 4–6312ถ้าภาพแตกเป็นเหลี่ยม ให้ลดเลขลง
รีบูตสำรองในเครื่อง (ชั่วโมง)ให้กล้องเริ่มใหม่เองทุกกี่ชั่วโมง 0 คือปิด24ปล่อยไว้ตามเดิม
ขนาดริงประวัติ (เฟรม)จำนวนภาพย้อนหลังที่เก็บไว้90เพิ่มได้ถ้าอยากย้อนดูได้นานขึ้น แต่จะใช้หน่วยความจำของกล่องควบคุมมากขึ้น
เปิดการถ่ายภาพเปิดหรือหยุดการถ่ายภาพเปิดปิดชั่วคราวได้ เช่น ตอนย้ายกล้อง

ค่าที่แก้ในกล่องนี้จะมีผลภายในรอบถ่ายภาพถัดไป ส่วนกล่อง การตั้งค่าแหล่งกล้อง ที่อยู่ด้านบนสุดของหน้า ให้ปล่อยไว้ที่โหมด "รีเลย์ผ่านเว็บเซิร์ฟเวอร์" ตามเดิม

3.3 ค่าเกณฑ์การขาดน้ำ

กล่องนี้มี 6 ช่อง ใช้ตัดสินระดับความเสี่ยงที่เห็นในหน้าข้อมูลเชิงลึก AI ดูภาพรวมได้จากรูปที่ 12

กล่องค่าเกณฑ์การขาดน้ำ มี 6 ช่อง ได้แก่ ความชื้นดินสองเกณฑ์ ร้อน แห้ง เย็น และชื้น
รูปที่ 11 ค่าเกณฑ์การขาดน้ำ
แผนภาพแถบความชื้นในดิน 0 ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ แบ่งเป็นความเสี่ยงสูงเมื่อต่ำกว่า 30 ปานกลางระหว่าง 30 ถึง 60 และต่ำเมื่อตั้งแต่ 60 ขึ้นไป พร้อมกฎปรับระดับเมื่ออากาศร้อนแห้งหรือเย็นชื้น
รูปที่ 12 ระบบใช้ 6 ค่านี้ตัดสินระดับความเสี่ยงอย่างไร

ระบบคิด 2 ขั้น

ขั้นที่ 1 ดูความชื้นในดินก่อน

ช่องค่าเริ่มต้นความหมาย
ความชื้นดิน % ต่ำกว่า → ปานกลาง60ดินต่ำกว่า 60% เริ่มนับว่าเสี่ยงปานกลาง
ความชื้นดิน % ต่ำกว่า → สูง30ดินต่ำกว่า 30% นับว่าเสี่ยงสูง

ขั้นที่ 2 ปรับตามอากาศ

ช่องค่าเริ่มต้นความหมาย
ร้อนที่/เกิน (°C)33ถ้าร้อนตั้งแต่ค่านี้และแห้งตามช่องถัดไป ความเสี่ยงเพิ่ม 1 ระดับ
แห้งที่/ต่ำกว่า (%RH)45ใช้คู่กับช่อง "ร้อน"
เย็นที่/ต่ำกว่า (°C)22ถ้าเย็นถึงค่านี้และชื้นตามช่องถัดไป ความเสี่ยงลด 1 ระดับ
ชื้นที่/เกิน (%RH)75ใช้คู่กับช่อง "เย็น"

ตัวอย่าง: ดินชื้น 45% อุณหภูมิ 35 °C และความชื้นอากาศ 40% ขั้นที่ 1 ได้ "ปานกลาง" เพราะดินต่ำกว่า 60 ขั้นที่ 2 อากาศทั้งร้อนและแห้ง จึงเพิ่มเป็น "สูง"

💡ปรับให้เข้ากับแปลงของคุณ
  • ช่อง ความชื้นดิน ให้ใช้ค่าที่คุณจดไว้ในหัวข้อ 1.2 เพราะตัวเลขความชื้นดินของระบบนี้เป็นค่าเปรียบเทียบ ขึ้นกับชนิดดิน
  • ช่อง ร้อน ค่าเริ่มต้นคือ 33 °C แต่ข้อมูลจาก University of Missouri ในหัวข้อ 1.2 บอกว่าผักฤดูร้อนเริ่มเครียดเมื่อเกิน 30 °C ถ้าปลูกผักที่ไม่ทนร้อน อาจลดช่องนี้ลง
  • ค่าที่แก้ในกล่องนี้เปลี่ยนแค่ระดับความเสี่ยงที่แสดง ไม่ได้เปลี่ยนการรดน้ำ เกณฑ์ข้ามรอบรดน้ำอยู่ในหน้าการให้น้ำ (หัวข้อ 2.4)

3.4 การตรวจจับทรงพุ่ม (HSV)

กล่องนี้กำหนดว่าสีแบบไหนในภาพนับเป็น "ใบเขียว" ระบบอธิบายสีด้วย 3 ค่า เรียกรวมกันว่า HSV ดูรูปที่ 14 ประกอบ

กล่องการตรวจจับทรงพุ่ม มีช่องฮิวต่ำสุด ฮิวสูงสุด ความอิ่มสีต่ำสุด ความสว่างต่ำสุด และแถบสีแสดงช่วงที่เลือก
รูปที่ 13 การตรวจจับทรงพุ่ม (HSV)
แผนภาพอธิบาย HSV: แถบสีฮิว 0 ถึง 360 องศา โดยช่วง 60 ถึง 170 องศานับเป็นใบเขียว แถบความอิ่มสีจากสีเทาถึงสีสด ต้องอย่างน้อย 20 เปอร์เซ็นต์ และแถบความสว่างจากดำถึงสว่าง ต้องอย่างน้อย 15 เปอร์เซ็นต์
รูปที่ 14 ฮิว ความอิ่มสี และความสว่าง
ช่องความหมายค่าเริ่มต้น
ฮิวต่ำสุด / สูงสุด (°)ช่วงของ "สี" ที่นับเป็นใบ ฮิววัดเป็นองศา 0–360 โดยสีแดงอยู่ที่ 0° และสีเขียวอยู่ที่ประมาณ 120°60–170
ความอิ่มสีต่ำสุด (%)สีต้องสดอย่างน้อยเท่านี้ ช่องนี้ช่วยตัดดินและเงาที่มีสีออกเทา20
ความสว่างต่ำสุด (%)จุดในภาพต้องสว่างอย่างน้อยเท่านี้ ช่องนี้ช่วยตัดเงามืด15

วิธีปรับ: เปิดหน้าข้อมูลเชิงลึก AI ไว้อีกแท็บ แก้ค่าทีละน้อย บันทึก แล้วดูภาพที่ระบายสีเขียวสด

  • ถ้าดินหรือฟางถูกนับเป็นใบ ให้เพิ่มความอิ่มสีต่ำสุด เช่น จาก 20 เป็น 30
  • ถ้าใบเหลืองอ่อนไม่ถูกนับ ให้ลดฮิวต่ำสุดลงเล็กน้อย

3.5 การตรวจโรคพืช

กล่องการตรวจโรคพืช มีช่องค่าเกณฑ์ความเชื่อมั่น
รูปที่ 15 การตรวจโรคพืช

ช่องเดียวในกล่องนี้คือ ค่าเกณฑ์ความเชื่อมั่น (%) ค่าเริ่มต้น 60 ถ้าโมเดลมั่นใจในคำตอบอันดับ 1 น้อยกว่าค่านี้ ระบบจะรายงานว่า "สรุปไม่ได้" แทนการเดา

  • ตั้งค่าสูงขึ้น จะได้ผล "สรุปไม่ได้" บ่อยขึ้น แต่ผลที่สรุปได้จะน่าเชื่อถือขึ้น
  • ตั้งค่าต่ำลง จะได้คำตอบบ่อยขึ้น แต่ทายผิดบ่อยขึ้น

ไม่ว่าตั้งค่าเท่าไหร่ ให้ใช้ผลนี้เป็นสัญญาณเตือนเท่านั้น ตามเหตุผลในหัวข้อ 1.3

ส่วนที่ 4 แก้ปัญหาเบื้องต้น (ประมาณ 10 นาที)

สรุป: สิ่งที่ควรเช็กทุกวัน (ประมาณ 5 นาที)

  1. เปิดหน้า แดชบอร์ด ดูว่าสถานะระบบขึ้น "ปกติ" และไม่มีการ์ดไฟแดง
  2. แตะกราฟ 1 วัน ดูว่าความชื้นดินขึ้นทุกครั้งที่รดน้ำ
  3. เปิดหน้า การให้น้ำ ดูว่าปั๊มอยู่ในโหมด อัตโนมัติ และบรรทัด รอบถัดไป ถูกต้อง
  4. ดู บันทึกกิจกรรม ว่าไม่มีบรรทัดสีแดง
  5. เปิดหน้า ข้อมูลเชิงลึก AI ดูระดับความเสี่ยงขาดน้ำ ถ้าระบบแจ้งเรื่องโรคพืช ให้เดินไปดูใบจริง

เมื่อคุ้นเคยกับระบบแล้ว ค่อย ๆ ปรับค่าในส่วนที่ 3 ให้เข้ากับแปลงของคุณ และจดผลไว้ทุกครั้ง ถ้าอยากรู้ว่าระบบออกแบบอย่างไร อ่านต่อได้ที่หน้าโครงการ Smart Farm MJU

แหล่งอ้างอิง

  • Allen, R. G. และคณะ (1998). Crop evapotranspiration (FAO Irrigation and Drainage Paper 56). FAO. บทที่ 1 และบทที่ 8
  • Abdelmoneim, A. A. และคณะ (2025). Calibration of Low-Cost Capacitive Soil Moisture Sensors for Irrigation Management Applications. Sensors. ลิงก์
  • กรมอุตุนิยมวิทยา. ความชื้นสัมพัทธ์. ลิงก์
  • Quesada-Ocampo, L. M. Botrytis Gray Mold of Tomato. NC State Extension. ลิงก์
  • Gu, S. (2011). Heat Stress and Heat Stressed Tomatoes. University of Missouri IPM. ลิงก์
  • Whiting, D. และ Jones, R. (2017). Watering Efficiently. Colorado State University Extension. ลิงก์
  • Aosong. Digital relative humidity & temperature sensor AM2302/DHT22 (datasheet). ลิงก์
  • Mohanty, S. P., Hughes, D. P. และ Salathé, M. (2016). Using Deep Learning for Image-Based Plant Disease Detection. Frontiers in Plant Science. ลิงก์
  • Hughes, D. P. และ Salathé, M. (2015). An open access repository of images on plant health to enable the development of mobile disease diagnostics. arXiv:1511.08060. ลิงก์
  • Sandler, M. และคณะ (2018). MobileNetV2: Inverted Residuals and Linear Bottlenecks. arXiv:1801.04381. ลิงก์
  • Espressif. esp32-camera (sensor.h, esp_camera.h)
  • Google Chrome Help. Create shortcuts for websites in Chrome (Android). ลิงก์
  • Apple. Bookmark a website in Safari on iPhone. ลิงก์
  • Wikipedia. HSL and HSV. ลิงก์

By Watcharin Sarachai