Part of 10306241 ระบบบริหารจัดการเว็บไซต์ (Web Content Management System)

2026-09-22 · updated 2026-10-05 · 35 min read

สร้างหน้า About Me สวย ๆ ด้วยธีม Blocksy และ Elementor

สร้างหน้า About Me สวย ๆ ด้วยธีม Blocksy และ Elementor

อยากมีหน้าแนะนำตัวที่ดูเป็นมืออาชีพ และอยากลากวางองค์ประกอบได้เห็นผลทันทีใช่ไหมครับ บทความนี้จะพาทำหน้า About Me แบบ Personal Profile ทีละขั้น ด้วยธีม Blocksy กับปลั๊กอิน Elementor (รุ่นฟรี) ซึ่งเป็นชุดเครื่องมือเดียวกับที่ใช้สร้างหน้าต้นแบบ

หน้าที่เราจะทำอิงจากหน้าตัวอย่างนี้ครับ 👉 itscidev.mju.ac.th/w/?page_id=1599

ℹ️มีบทความนี้อีกเวอร์ชันหนึ่ง

ถ้าไม่อยากติดตั้ง Page Builder และต้องการทำด้วย Block Editor (Gutenberg) ของ WordPress ให้ดู สร้างหน้า About Me สวย ๆ ด้วยธีม Blocksy และ Block Editor ทั้งสองบทความได้หน้าเว็บแบบเดียวกัน ลองทำทั้งสองแบบแล้วเปรียบเทียบกันได้ (ทดสอบความเข้าใจข้อ 1)

สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้

  1. แยกหน้าเว็บตัวอย่างออกเป็นส่วน ๆ แล้วแปลงเป็น Container และ Widget ของ Elementor
  2. ติดตั้งและตั้งค่าธีม Blocksy และ Elementor รวมถึงตั้งค่าเฉพาะหน้า (Page Layout, Hide Title)
  3. ใช้ Flexbox Container, Image, Heading, Text Editor, Button, Progress Bar, Icon Box, Divider และ Social Icons ทำ layout เต็มความกว้างจอ
  4. ปรับหน้าเว็บให้ Responsive ด้วย Responsive Mode ทั้งการตั้งค่าแยกตามอุปกรณ์และ Hide On อุปกรณ์
  5. ใช้ Global Colors และบันทึกส่วนที่ใช้ซ้ำเป็น Template
  6. เตรียมภาพสำหรับเว็บ และใช้ AI สร้างภาพประกอบอย่างรับผิดชอบ
📌เหมาะกับใคร

ผู้ที่ติดตั้ง WordPress แล้ว (บทความนี้ทดสอบกับ WordPress 7.0.4 และ Elementor 4.x) มีสิทธิ์ Administrator และไม่จำเป็นต้องเคยใช้ Elementor มาก่อน (นักศึกษารายวิชา 10306241 ทำบนเว็บของตนเองที่ itscidev.mju.ac.th)

ทำความรู้จักหน้าต้นแบบก่อนลงมือ

ผลการวิเคราะห์หน้าต้นแบบ

ค่าด้านล่างอ่านมาจาก HTML และไฟล์ CSS ที่ Elementor สร้างให้หน้าต้นแบบ (post-1599.css) จึงเป็นค่าจริงที่ใช้ ไม่ใช่ค่าที่กะด้วยสายตา

รายการสิ่งที่พบ
WordPress7.0.4
ธีมBlocksy (+ Blocksy Companion)
วิธีสร้างหน้าElementor 4.2.2, Page Layout = Elementor Full Width
โครงสร้างSection / Column แบบเดิม (Legacy) 11 Section, 31 Widget
จำนวนส่วนเนื้อหา5 ส่วน + Header/Footer จากธีม
สีหลักน้ำเงิน #0070FF, เทา #A8A8A8, เทาเข้ม #505050, เทาอมน้ำเงิน #495157, ชมพูแดง #FF0051 (ปุ่ม CTA), ขาว #FFFFFF
ฟอนต์Saira Stencil One (ชื่อบุคคล), Roboto (หัวข้อและเนื้อหา)
BreakpointDesktop > 1024px, Tablet ≤ 1024px, Mobile ≤ 767px (ค่าเริ่มต้นของ Elementor)
💡เราจะทำต่างจากต้นแบบ 4 จุด (ตั้งใจ)
  1. ใช้ Flexbox Container แทน Section/Column แบบเดิม เพราะเป็นค่าเริ่มต้นของ Elementor รุ่นปัจจุบัน
  2. ทำส่วน About Me ชุดเดียว ใช้ได้ทุกอุปกรณ์ (ต้นแบบทำ 2 ชุดแล้วซ่อนตามอุปกรณ์ ดูเหตุผลในขั้นที่ 5)
  3. ชื่อบุคคลใช้หัวข้อ H1 (ต้นแบบใช้ H2) เพื่อ SEO และ Accessibility
  4. แก้คำสะกดผิดในต้นแบบ: "Fllow" → Follow และ "Develop?" → Developer?

โครงร่างหน้า (Wireframe)

แผนผังหน้า About Me แบ่งเป็น Header, 5 ส่วนเนื้อหา และ Footer เรียงจากบนลงล่าง
รูปที่ 0.1 แผนผังโครงสร้างหน้า About Me
หน้า About Me ที่สร้างด้วย Elementor เสร็จแล้ว แสดงบนจอคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ
รูปที่ 0.2 ผลลัพธ์ที่ต้องได้ (Desktop และ Mobile)
ส่วนชื่อWidget หลักที่ใช้
1Hero / ProfileContainer (ภาพพื้นหลัง + Overlay), Image, Heading, Text Editor, Divider, Button
2About MeContainer แบบ Row/Column ตามอุปกรณ์, Text Editor, Progress Bar × 5
3What I can Do!Heading, Divider, Icon Box × 3
4Follow Me on…Heading, Divider, Social Icons
5Call to ActionContainer (ภาพพื้นหลัง), Heading, Button → บันทึกเป็น Template

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเริ่ม (Prerequisites)

  1. บัญชีผู้ดูแลระบบ (Administrator) ของ WordPress ของตนเอง ทดลองเข้า /wp-admin ให้ได้ก่อนเริ่ม
  2. ตรวจเวอร์ชัน ที่ Dashboard → Updates ให้ WordPress เป็นเวอร์ชันล่าสุด (Elementor รุ่นใหม่ไม่รองรับ WordPress รุ่นเก่ามาก ๆ)
  3. ไฟล์ภาพ 4 ไฟล์ (ดูขั้นที่ 0)
  4. ข้อมูลของตนเอง เตรียมใส่ Notepad ไว้ก่อน
ข้อมูลตัวอย่าง
ชื่อ-สกุล (ภาษาอังกฤษ)Somchai Jaidee
ตำแหน่ง / สถานะIT Student, Web Developer and Designer
หลักสูตร / คณะ / ที่อยู่คณะหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ 63 หมู่ 4 ต.หนองหาร อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ 50290
อีเมล[email protected]
ประวัติย่อ3–6 บรรทัด (ดูตัวอย่างในขั้นที่ 5.3)
ทักษะ 5 อย่าง + ระดับ (%)HTML/CSS 85, JavaScript 75, PHP 60, WordPress 80, Linux 70
ลิงก์โซเชียล 3–5 รายการFacebook, GitHub, YouTube, LinkedIn, Instagram
🚨ข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)

ห้ามใส่เบอร์โทรศัพท์ส่วนตัว ที่อยู่บ้าน เลขบัตรประชาชน หรือวันเกิด ให้ใช้อีเมลมหาวิทยาลัยและที่อยู่คณะแทน


ขั้นที่ 0: เตรียมไฟล์ภาพ (ประมาณ 30 นาที)

ภาพทุกภาพต้องเป็น ภาพของคุณเอง, ภาพฟรีลิขสิทธิ์ (เช่น Unsplash, Pexels) หรือ ภาพที่สร้างด้วย AI อย่าดาวน์โหลดภาพจากหน้าตัวอย่างหรือเว็บอื่นมาใช้

0.1 ข้อกำหนดของภาพ

ไฟล์ใช้ที่ขนาด (px)สัดส่วนรูปแบบขนาดไฟล์สูงสุด
logo.pngHeader600 × 16015:4PNG พื้นโปร่งใส200 KB
profile.jpgHero600 × 6001:1JPG/WebP300 KB
hero-bg.jpgHero1920 × 108016:9JPG/WebP500 KB
cta-bg.jpgCTA1920 × 6403:1JPG/WebP400 KB

0.2 หลักการใช้ AI สร้างภาพ

  1. เปิดกล่อง Prompt ใต้ภาพแต่ละภาพด้านล่าง แล้วคัดลอก prompt ภาษาอังกฤษไปวางในเครื่องมือสร้างภาพ
  2. ถ้าเครื่องมือมีช่อง Negative prompt ให้ใส่ข้อความ Negative ที่ให้ไว้ ถ้าไม่มีช่องนี้ ให้ต่อท้าย prompt ว่า Avoid: …
  3. กำหนดสัดส่วนภาพตามตาราง (Midjourney ใช้ --ar 16:9, ส่วน ChatGPT/Gemini ให้เขียนสัดส่วนไว้ใน prompt ซึ่งใส่ไว้ให้แล้ว)
  4. สร้าง 3–4 ภาพ แล้วเลือกภาพที่ ตรงกลางภาพไม่มีรายละเอียดมาก เพราะจะมีตัวหนังสือวางทับ
  5. ย่อภาพให้ได้ขนาดตามตาราง (ใช้ Squoosh หรือโปรแกรมแต่งภาพ) และตั้งชื่อไฟล์ตามตาราง
  6. จริยธรรม: ห้ามสร้างภาพเลียนแบบบุคคลจริง ห้ามใส่โลโก้หรือเครื่องหมายการค้าของผู้อื่น และให้ระบุใน Footer หรือ Caption ว่า "ภาพประกอบสร้างด้วย AI" เมื่อใช้ภาพจาก AI
โลโก้ตัวอักษรย่อสีน้ำเงินบนพื้นโปร่งใส
รูปที่ A-1 โลโก้ส่วนตัว (logo.png)
รูปโปรไฟล์ของเจ้าของเว็บ ครึ่งตัว หน้าตรง พื้นหลังเรียบ
รูปที่ A-2 รูปโปรไฟล์ (profile.jpg)
ภาพพื้นหลังโต๊ะทำงานในห้องสมุด (ภาพตกแต่ง)
รูปที่ A-3 ภาพพื้นหลังส่วน Hero (hero-bg.jpg)
ภาพพื้นหลังโต๊ะทำงานนักพัฒนาเว็บ (ภาพตกแต่ง)
รูปที่ A-4 ภาพพื้นหลังส่วน CTA (cta-bg.jpg)

ขั้นที่ 1: ติดตั้งธีม Blocksy และปลั๊กอิน Elementor (15 นาที)

ทำไมเลือก Blocksy + Elementor

  • เป็นชุดเดียวกับหน้าต้นแบบ ใช้ฟรีทั้งคู่
  • Blocksy รองรับ Elementor เต็มรูปแบบ และยังมี Header/Footer Builder ใน Customizer ให้ใช้ (ส่วน Header/Footer ของ Elementor เองต้องใช้ Theme Builder ของรุ่น Pro)
  • Elementor Free มี widget ครบทุกตัวที่หน้านี้ต้องใช้ รวมถึง Progress Bar และ Icon Box จึงไม่ต้องติดตั้งปลั๊กอินเสริมอื่น

1.1 ติดตั้งธีม Blocksy

  1. เข้าสู่ระบบที่ https://itscidev.mju.ac.th/ชื่อผู้ใช้/wp-admin
  2. เมนูซ้าย → Appearance → Themes → ปุ่ม Add New Theme ด้านบน
  3. ช่อง Search themes… พิมพ์ Blocksy
  4. นำเมาส์ไปวางบนการ์ดธีม Blocksy (ผู้พัฒนา Creative Themes) → คลิก Install
  5. รอจนปุ่มเปลี่ยนเป็น Activate → คลิก Activate

ผลที่ควรได้: หน้า Appearance → Themes แสดง Blocksy เป็นธีม Active

หน้า Add Themes ที่ค้นหาคำว่า Blocksy และมีปุ่ม Install บนการ์ดธีม
รูปที่ 1.1 ค้นหาและติดตั้งธีม Blocksy

1.2 ติดตั้ง Blocksy Companion และ Elementor

  1. เมนูซ้าย → Plugins → Add New Plugin
  2. ค้นหา Blocksy Companion → คลิก Install Now → Activate
  3. กลับไปที่ Add New Plugin → ค้นหา Elementor → เลือกการ์ด Elementor Website Builder (ผู้พัฒนา Elementor.com) → Install Now → Activate
    • ระวังอย่าติดตั้งปลั๊กอินเสริมของผู้พัฒนาอื่นที่ชื่อคล้ายกัน (เช่น "… Addons for Elementor") เพราะหน้านี้ไม่ต้องใช้
  4. Elementor อาจเปิดหน้า Onboarding / Welcome ขึ้นมาถามเป้าหมายของเว็บ หรือชวนสมัครบัญชี ให้กด Skip จนจบ (เราไม่ต้องใช้บัญชี Elementor และไม่ต้องใช้ Kit สำเร็จรูป)
  5. ห้าม Import Starter Site ของ Blocksy และ ห้าม Import Kit ของ Elementor เพราะจะเขียนทับหน้า เมนู และ Global Styles เดิม
หน้า Installed Plugins แสดง Blocksy Companion และ Elementor ที่เปิดใช้งานแล้ว
รูปที่ 1.2 ปลั๊กอินที่ติดตั้งแล้ว
ℹ️ขึ้นหน้าต่าง Connection Information (FTP)

ถ้ากด Install แล้วระบบขอรหัส FTP แสดงว่า WordPress เขียนไฟล์ในโฟลเดอร์ wp-content ไม่ได้ ดูวิธีแก้ในภาคผนวก ข

1.3 ตั้งค่าเริ่มต้นของ Elementor

เมนู Elementor ในแถบซ้ายของ wp-admin อาจแยกเป็นเมนูย่อยหลายเมนู (เช่น Home, Editor → Settings) ชื่อเมนูอาจต่างกันเล็กน้อยตามเวอร์ชัน ให้หาตัวเลือกจากชื่อที่เป็นตัวหนา

  1. Atomic Editor (Editor V4): ตั้งแต่ Elementor 4.0 เว็บที่ติดตั้งใหม่จะเปิด Atomic Editor ไว้เป็นค่าเริ่มต้น แผง widget จะมีองค์ประกอบแบบ Atomic ใหม่ปนอยู่กับ widget แบบเดิม
    • ไม่ต้องปิด บทความนี้ใช้ widget แบบเดิม (Container, Heading, Image, Text Editor, Button, Progress Bar, Icon Box, Divider, Social Icons) ซึ่งยังใช้ได้ตามปกติ ให้ค้นหาจากชื่อในช่องค้นหาของแผง widget
    • ถ้าแผงรกจนหาไม่เจอและยังไม่มีหน้าที่ใช้องค์ประกอบ Atomic ปิดได้ที่ Elementor → Editor → Settings → แท็บ Atomic Editor → Deactivate (ระบบจะเตือนว่าเนื้อหาที่สร้างด้วย Atomic Elements จะหายไป)
  2. ตรวจว่าเปิด Elementor ให้หน้า Page แล้ว: Elementor → Settings → General → Post Types ต้องติ๊ก Pages ไว้ (ค่าเริ่มต้นติ๊กไว้แล้ว)
  3. โหลด Google Fonts จากเว็บตนเอง: Elementor → Settings → Performance (บางเวอร์ชันอยู่ใต้ Features) → เปิด Load Google Fonts Locally → Save Changes
แผงตั้งค่า Performance ของ Elementor ที่เปิดตัวเลือก Load Google Fonts Locally
รูปที่ 1.3 เปิด Load Google Fonts Locally
💡ทำไมต้องโหลดฟอนต์จากเว็บตนเอง

หน้านี้ใช้ฟอนต์ Roboto และ Saira Stencil One จาก Google Fonts ค่าเริ่มต้นของ Elementor จะให้เบราว์เซอร์ของผู้เข้าชมดาวน์โหลดฟอนต์จากเซิร์ฟเวอร์ Google โดยตรง ซึ่ง ส่ง IP ของผู้เข้าชมไปให้บุคคลที่สาม (ประเด็น PDPA/GDPR) และเพิ่มการเชื่อมต่อไปอีกโดเมน เมื่อเปิดตัวเลือกนี้ Elementor จะเก็บไฟล์ฟอนต์ไว้ที่ wp-content/uploads/elementor/fonts/ และให้เว็บของเราส่งไฟล์เอง (เชื่อมโยงกับบทที่ 09 และ 10)

1.4 ตั้งค่า Header (โลโก้และเมนู) ด้วย Blocksy

Header และ Footer ยังใช้ Blocksy Customizer เหมือนเดิม เพราะ Theme Builder ของ Elementor เป็นฟีเจอร์รุ่น Pro

  1. เมนูซ้าย → Appearance → Customize
  2. คลิก Header → หน้าจอจะแสดง Header Builder ที่ด้านล่าง
  3. คลิกองค์ประกอบ Logo (ถ้าไม่มี ให้คลิก + ในช่องที่ว่างแล้วเลือก Logo)
    • Logo → Select logo → อัปโหลด logo.png
    • Logo Max Height ประมาณ 40–50px
    • ถ้ามีโลโก้แล้ว ให้ปิด Site Title และ Site Tagline
  4. (เพื่อให้เหมือนต้นแบบ) เมนูแบบแฮมเบอร์เกอร์
    • ลากองค์ประกอบ Trigger มาไว้ด้านขวาของแถว Main Row
    • ลากองค์ประกอบ Menu ออกจาก Main Row ของ Desktop (ถ้าไม่ต้องการเมนูแนวนอน)
    • ตรวจว่ามีเมนูในส่วน Offcanvas (เมนูจะแสดงเมื่อคลิก Trigger)
  5. คลิก Publish
หน้า Customizer ของ Blocksy แสดง Header Builder ที่มีองค์ประกอบ Logo และ Trigger
รูปที่ 1.4 Header Builder ของ Blocksy
  1. ใน Customizer กลับไปหน้าหลัก → คลิก Footer
  2. คลิกองค์ประกอบ Copyright ใน Footer Builder
  3. แก้ข้อความเป็น
    TEXT
    Copyright © {current_year} | Website Designed by <ชื่อ-สกุลของคุณ>
    ({current_year} จะเปลี่ยนเป็นปีปัจจุบันให้อัตโนมัติ)
  4. ถ้าใช้ภาพจาก AI ให้ต่อท้ายว่า | ภาพประกอบบางส่วนสร้างด้วย AI
  5. คลิก Publish
แผงตั้งค่า Copyright ของ Footer Builder ที่มีข้อความลิขสิทธิ์ของเจ้าของเว็บ
รูปที่ 1.5 แก้ข้อความ Copyright ใน Footer

ขั้นที่ 2: เตรียมสื่อใน Media Library (5 นาที)

  1. เมนูซ้าย → Media → Add New Media File → ลากไฟล์ภาพทั้ง 4 ไฟล์มาวาง
  2. ไปที่ Media → Library → สลับเป็นมุมมอง List หรือ Grid ตามสะดวก
  3. คลิกภาพทีละภาพ → กรอกข้อมูลในแผง Attachment details ด้านขวา
ไฟล์Alternative TextTitle
logo.pngโลโก้ <ชื่อ>Logo
profile.jpgรูปโปรไฟล์ของ <ชื่อ-สกุล>Profile
hero-bg.jpg(เว้นว่าง — ภาพตกแต่ง)Hero Background
cta-bg.jpg(เว้นว่าง — ภาพตกแต่ง)CTA Background
  1. ตรวจว่า File URL ของทุกภาพไม่มีภาษาไทยหรือช่องว่าง ถ้ามี ให้ลบภาพแล้วเปลี่ยนชื่อไฟล์ในเครื่องก่อนอัปโหลดใหม่
ℹ️Alt text กับ Elementor

widget Image ของ Elementor ดึง Alt text จาก Media Library มาใช้อัตโนมัติ ส่วนภาพพื้นหลังของ Container เป็น CSS background จึงไม่มี Alt text อยู่แล้ว ซึ่งถูกต้อง เพราะเป็นภาพตกแต่ง

หน้าต่าง Attachment details ของรูปโปรไฟล์ที่กรอกช่อง Alternative Text แล้ว
รูปที่ 2.1 กรอก Alt text ใน Media Library

ขั้นที่ 3: สร้างหน้า เปิด Elementor และตั้งค่าหน้า (15 นาที)

3.1 สร้างหน้าใหม่

  1. เมนูซ้าย → Pages → Add New Page
  2. ถ้ามีหน้าต่าง Choose a pattern ให้กด ปิด (×)
  3. คลิกที่ Add title พิมพ์ About
  4. แถบขวา แท็บ Page → คลิกที่ Slug (หรือ Link) → ตั้งเป็น about
  5. คลิก Save draft
หน้าแก้ไขเพจชื่อ About ที่ตั้ง Slug เป็น about ในแถบด้านขวา
รูปที่ 3.1 ตั้งชื่อหน้าและ Slug

3.2 เปิดหน้าด้วย Elementor

  1. คลิกปุ่ม Edit with Elementor ที่แถบด้านบนของ Editor
    • หรือกลับไปที่ Pages → All Pages → วางเมาส์บนหน้า About → คลิก Edit with Elementor
  2. รอจน Elementor Editor โหลดเสร็จ
ปุ่ม Edit with Elementor ที่แถบด้านบนของหน้าแก้ไขเพจ About
รูปที่ 3.2 ปุ่ม Edit with Elementor

3.3 รู้จักหน้าจอ Elementor

ส่วนตำแหน่งใช้ทำอะไร
Top barด้านบนปุ่ม + (Add Element), Page Settings, Site Settings, Responsive Mode, Preview, Publish
Panelด้านซ้ายรายการ widget (เมื่อกด +) หรือแผงตั้งค่าของสิ่งที่เลือก มี 3 แท็บคือ Layout/Content, Style, Advanced
Canvasตรงกลางพื้นที่ทำงาน ลากวาง widget ได้ที่นี่
Navigatorหน้าต่างลอยแสดงโครงสร้างแบบต้นไม้ของทุก Container และ widget (Ctrl+I)
💡เปิด Navigator ไว้ตลอด

Container ที่ซ้อนกันหลายชั้นเลือกบน Canvas ได้ยาก ให้เปิด Navigator (Ctrl+I หรือคลิกขวาที่องค์ประกอบใดก็ได้ → Navigator) แล้วเลือกจาก Navigator แทน ดับเบิลคลิกที่ชื่อเพื่อตั้งชื่อใหม่ได้ เช่น Hero, About

คีย์ลัดที่ใช้บ่อย: Ctrl+S บันทึก · Ctrl+Z ย้อนกลับ · Ctrl+Shift+M Responsive Mode · Ctrl+D Duplicate · Ctrl+Shift+L เปิดแผง Finder

หน้าจอ Elementor Editor ที่มีป้ายชี้ Top bar, Panel ด้านซ้าย, Canvas ตรงกลาง และหน้าต่าง Navigator
รูปที่ 3.3 ส่วนต่าง ๆ ของหน้าจอ Elementor

3.4 ตั้งค่าเฉพาะหน้า (Page Settings)

  1. คลิกไอคอน Page Settings (รูปเฟือง ⚙) ที่ Top bar
  2. แท็บ Settings ตั้งค่าตามตาราง
ตัวเลือกค่าที่ตั้งเหตุผล
Hide Titleเปิดไม่ให้ธีมแสดงหัวข้อ "About" คั่นก่อนส่วน Hero
Page LayoutElementor Full Widthยังมี Header/Footer ของ Blocksy แต่เนื้อหากว้างเต็มจอ ไม่ถูกครอบด้วยกรอบเนื้อหาของธีม
  1. คลิก Save (หรือ Ctrl+S)
Page LayoutHeader/Footerเหมาะกับ
Defaultตามธีมหน้าทั่วไป
Elementor Full Width✅ มีหน้าที่ต้องการ Section เต็มจอแต่ยังมีเมนู (หน้านี้)
Elementor Canvas❌ ไม่มีLanding page ที่ไม่ต้องมีเมนู
Themeตามธีมให้ธีมจัดการเอง
แผง Page Settings ของ Elementor ที่เปิด Hide Title และเลือก Page Layout เป็น Elementor Full Width
รูปที่ 3.4 Page Settings ของ Elementor
ℹ️ยังมีช่องว่างระหว่าง Header กับ Hero?

ถ้าเปลี่ยน Page Layout แล้วยังมีช่องว่าง ให้กลับไปที่หน้าแก้ไขเพจของ WordPress → ไอคอน Blocksy → Blocksy Page Settings → ปิด Content Area Vertical Spacing ทั้ง Top และ Bottom

3.5 ตั้ง Global Colors และ Global Fonts

ตั้งสีหลักไว้ที่เดียว แล้วเลือกใช้ในทุก widget ถ้าวันหลังต้องการเปลี่ยนสีน้ำเงินทั้งหน้า ก็แก้ที่นี่ที่เดียว

  1. Top bar → ไอคอน Site Settings (หรือเมนู Elementor ☰ → Site Settings) → Global Colors
  2. แก้สี Primary เป็น #0070FF และ Accent เป็น #0070FF
  3. Custom Colors → Add Color เพิ่มสีตามตาราง
ชื่อสีค่าใช้ที่
Brand Blue#0070FFปุ่ม, พื้น About ซ้าย, Social Icons
Light Grey#A8A8A8พื้น About ขวา (Desktop)
Dark Grey#505050พื้น What I can Do!
Slate#495157พื้นแถบทักษะ (Mobile)
CTA Pink#FF0051ปุ่ม CTA
Heading Light#E4E4E4หัวข้อ About Me
  1. Global Fonts → ตั้ง Primary และ Text เป็น Roboto
  2. คลิก Save Changes แล้วกดปุ่ม ← เพื่อกลับไปแก้ไขหน้า
แผง Global Colors ของ Elementor ที่มีสี Brand Blue, Light Grey, Dark Grey, Slate และ CTA Pink
รูปที่ 3.5 Global Colors
💡Tip

เวลาเลือกสีใน widget ให้คลิกไอคอน Global (รูปลูกโลก 🌐) ข้างช่องสี แล้วเลือกจากรายการที่ตั้งไว้ อย่าพิมพ์รหัสสีซ้ำในแต่ละ widget


ขั้นที่ 4: ส่วนที่ 1 — Hero / Profile (25 นาที)

เป้าหมาย: กรอบภาพพื้นหลังเต็มจอ รูปโปรไฟล์วงกลม ชื่อ ตำแหน่ง ข้อมูลติดต่อ 2 คอลัมน์ และปุ่ม 2 ปุ่ม

โครงสร้าง (ดูได้ใน Navigator):

TEXT
Container "Hero"            (Full Width, Column, Min Height 632px) ← hero-bg.jpg + Overlay
├── Image                   ← profile.jpg (วงกลม)
├── Heading H1              ← ชื่อ-สกุล
├── Text Editor             ← ตำแหน่ง/สถานะ
├── Divider                 ← เส้นสั้น (Hide On Mobile)
├── Container "Contact"     (Row → Column บนมือถือ)
│   ├── Text Editor         ← หลักสูตร/ที่อยู่คณะ
│   └── Text Editor         ← ห้อง/อีเมล
└── Container "Buttons"     (Row)
    ├── Button "About Me"   → #about
    └── Button "Hire Me"    → mailto:

4.1 สร้าง Container ของ Hero

  1. บน Canvas คลิกปุ่ม + (Add New Container) → เลือกโครงสร้าง Flexbox → เลือกแบบ 1 คอลัมน์ (ช่องเดียว)
  2. แผงซ้าย แท็บ Layout
ตัวเลือกค่าที่ตั้ง
Container LayoutFlexbox
Content WidthFull Width
Min Height632 px
DirectionColumn - vertical
Justify ContentCenter
Align ItemsCenter
Gaps20 px
  1. แท็บ Style → Background
    • Background Type: Classic (ไอคอนพู่กัน) → Image → เลือก hero-bg.jpg
    • Position: Center Center · Attachment: Fixed · Repeat: No-repeat · Display Size: Cover
  2. แท็บ Style → Background Overlay
    • Background Type: Classic → Color: #000000
    • Opacity: 0.55
  3. แท็บ Advanced → Padding: Top 80, Bottom 60, Left/Right 20 px
  4. Navigator → ดับเบิลคลิกชื่อ Container → เปลี่ยนเป็น Hero
ℹ️Attachment Fixed กับมือถือ

Elementor ขึ้นข้อความเตือนว่า "Attachment Fixed works only on desktop" บน Tablet และ Mobile ภาพจะเลื่อนตามปกติโดยอัตโนมัติ ตรงกับต้นแบบที่ใช้เอฟเฟกต์ Parallax เฉพาะบน Desktop เพราะมือถือหลายรุ่นแสดงผลภาพ fixed ได้ไม่ถูกต้อง

💡ทำไม Overlay 0.55 แต่ต้นแบบตั้งตัวเลขอื่น

ต้นแบบตั้งสี Overlay เป็น #000000BF (ดำโปร่งแสง 75%) แล้วตั้ง Opacity 0.74 ซ้อนกันอีกชั้น ความมืดที่เห็นจริงคือ 0.75 × 0.74 ≈ 0.55 เราจึงตั้งสีดำทึบกับ Opacity 0.55 ซึ่งได้ผลเท่ากันแต่อ่านเข้าใจง่ายกว่า Overlay ที่มืดขนาดนี้ทำให้ตัวหนังสือสีขาวมีค่าความต่างของสี (contrast) ผ่านเกณฑ์ WCAG 4.5:1

แผง Style ของ Container Hero ที่ตั้งภาพพื้นหลัง Attachment Fixed และ Background Overlay สีดำ Opacity 0.55
รูปที่ 4.1 ตั้งภาพพื้นหลังและ Overlay ของ Hero

4.2 เพิ่มรูปโปรไฟล์

  1. คลิก + ที่ Top bar (หรือไอคอน ⋮⋮⋮ ที่แผงซ้าย) → ช่องค้นหาพิมพ์ Image → ลาก widget Image มาวางใน Container Hero
  2. แท็บ Content: Choose Image → เลือก profile.jpg · Image Resolution: Medium - 300 x 300
  3. แท็บ Style
ตัวเลือกค่าที่ตั้ง
Width170 px
Border TypeSolid · Width 2 px · Color ขาว #FFFFFF
Border Radius50 % (วงกลมพอดีทุกขนาด ต้นแบบใช้ 85px ซึ่งเป็นครึ่งหนึ่งของ 170px)

4.3 เพิ่มชื่อและตำแหน่ง

  1. ลาก widget Heading มาไว้ใต้รูป
    • Content → Title: Somchai Jaidee · HTML Tag: H1 · Alignment: Center
    • Style → Text Color: ขาว
    • Style → Typography (ไอคอนดินสอ ✏) → Family Saira Stencil One · Size 54 px · Weight 600
  2. ตั้งขนาดตัวอักษรตามอุปกรณ์: ในแผง Typography คลิกไอคอน จอคอมพิวเตอร์ 🖥 ข้างคำว่า Size → เลือก Tablet → ตั้ง 36 → สลับเป็น Mobile → ตั้ง 24
  3. ลาก widget Text Editor มาไว้ใต้ Heading → พิมพ์ IT Student, Web Developer and Designer
    • Alignment Center · Text Color ขาว · Typography: Roboto, Size 22 (Mobile 14), Weight 300
📌ทำไมใช้ H1 (ต้นแบบใช้ H2)

เราเปิด Hide Title ไปแล้ว หน้านี้จึงยังไม่มี H1 ชื่อบุคคลคือหัวข้อหลักของหน้า การมี H1 เพียงหนึ่งเดียว ช่วยทั้ง SEO และ Accessibility ใน Elementor ขนาดตัวอักษรไม่ขึ้นกับระดับหัวข้อ เปลี่ยน HTML Tag เป็น H1 แล้วหน้าตาจึงเหมือนเดิมทุกอย่าง

แผง Typography ของ Heading ที่เลือกมุมมอง Mobile และตั้ง Size เป็น 24 พร้อมเมนูเลือกอุปกรณ์
รูปที่ 4.2 ตั้งขนาดตัวอักษรแยกตามอุปกรณ์

4.4 เพิ่มเส้นคั่นที่ซ่อนบนมือถือ (Hide On)

  1. ลาก widget Divider มาไว้ใต้ Text Editor
    • Content → Style: Solid · Width 60 px · Alignment Center
    • Style → Color ขาว · Weight 2 px
  2. แท็บ Advanced → Responsive
    • Hide On Desktop: ปิด · Hide On Tablet: ปิด · Hide On Mobile: เปิด

ทำไมซ่อนบนมือถือ: จอมือถือมีพื้นที่แนวตั้งจำกัด การตัดเส้นตกแต่งออกช่วยดันปุ่ม About Me และ Hire Me ขึ้นมาอยู่ในหน้าจอแรก โดยไม่เสียข้อมูลใดไป

ℹ️ใน Editor ยังเห็นเส้นอยู่ ไม่ใช่ข้อผิดพลาด

Elementor ระบุว่า Responsive visibility มีผลเฉพาะใน Responsive Mode (Preview) และหน้าเว็บจริงเท่านั้น ไม่มีผลระหว่างแก้ไข องค์ประกอบที่ซ่อนจะแสดงแบบจาง ๆ ใน Editor เพื่อให้ยังเลือกแก้ไขได้ องค์ประกอบที่ซ่อนตามอุปกรณ์ ยังอยู่ใน HTML ของหน้า ระบบซ่อนด้วย CSS class เช่น elementor-hidden-mobile

แผง Advanced ของ Divider ส่วน Responsive ที่เปิดตัวเลือก Hide On Mobile
รูปที่ 4.3 Hide On Mobile

4.5 เพิ่มข้อมูลติดต่อ 2 คอลัมน์

  1. ลาก widget Container มาไว้ใต้ Divider (Container ซ้อนใน Container) → ตั้งชื่อ Contact

    • Layout → Content Width Boxed · Width 1140 px · Direction: Row - horizontal · Gaps 40
    • คลิกไอคอน 🖥 ข้าง Direction → Mobile → Column - vertical (บนมือถือคอลัมน์จะเรียงลงมาเป็นแถว)
  2. ลาก Text Editor 2 ตัวมาวางใน Container Contact แล้วพิมพ์ (กด Shift+Enter เพื่อขึ้นบรรทัดใหม่ในย่อหน้าเดิม)

    ตัวซ้าย

    TEXT
    หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ
    คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
    63 หมู่ 4 ต.หนองหาร อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ 50290

    ตัวขวา

    TEXT
    ห้องเรียน/ห้องปฏิบัติการ: <อาคาร/ห้อง>
    อีเมล: <อีเมลมหาวิทยาลัย>
  3. ตั้งค่าทั้งสองตัวตามตาราง (ตั้งตัวแรกเสร็จแล้ว คลิกขวา → Copy Style → คลิกขวาที่ตัวที่สอง → Paste Style)

ตัวเลือกDesktopTabletMobile
Text Colorขาว––
Typography → Size(ค่าเริ่มต้น)1615
Alignmentตัวซ้าย Right, ตัวขวา Left–Center
Advanced → Paddingตัวซ้าย Left 100, ตัวขวา Right 100–0 ทุกด้าน

4.6 เพิ่มปุ่ม 2 ปุ่ม

  1. ลาก Container อีกตัวมาไว้ใต้ Contact → ตั้งชื่อ Buttons → Direction Row - horizontal · Justify Content Center · Gaps 16 · Wrap Wrap
  2. ลาก widget Button 2 ตัวมาวางใน Container Buttons
ปุ่มTextLinkStyle
1About Me#aboutBackground: Global Accent (#0070FF) · Border Radius 22 px
2Hire Memailto:อีเมลของคุณBackground: โปร่งใส (ลาก Opacity ในตัวเลือกสีให้เป็น 0) · Border Type Solid 1 px สีดำ #000000 · Border Radius 22 px · Text Color ขาว
ℹ️ปุ่ม #about ทำงานอย่างไร

# ตามด้วยชื่อ คือลิงก์ไปยังองค์ประกอบที่มี CSS ID ชื่อเดียวกันในหน้าเดียวกัน เราจะตั้ง CSS ID about ให้ Container ของส่วน About Me ในขั้นที่ 5.1 (พิมพ์ about เฉย ๆ ไม่ต้องมี #)

ถ้าอยากให้ขอบปุ่ม Hire Me เห็นชัดขึ้นบนพื้นมืด เปลี่ยนสีขอบเป็นขาวได้ (ต้นแบบใช้สีดำ)

Navigator แสดงโครงสร้าง Container Hero ที่มี Image, Heading, Text Editor, Divider, Contact และ Buttons พร้อมช่อง Link ของปุ่มที่ใส่ #about
รูปที่ 4.4 โครงสร้าง Hero ใน Navigator และการตั้งลิงก์ปุ่ม
ส่วน Hero ที่เสร็จแล้ว มีภาพพื้นหลังโทนมืด รูปโปรไฟล์วงกลม ชื่อ ข้อมูลติดต่อ 2 คอลัมน์ และปุ่ม About Me กับ Hire Me
รูปที่ 4.5 ผลลัพธ์ส่วน Hero

ขั้นที่ 5: ส่วนที่ 2 — About Me (30 นาที)

เป้าหมาย: หัวข้อ About Me, ประวัติย่อ (ซ้าย) และแถบทักษะ 5 แถบ (ขวา) บนพื้นหลังที่แบ่งสีเป็นสองส่วน โดย Desktop แบ่ง ซ้าย-ขวา (น้ำเงิน | เทา) และ Mobile แบ่ง บน-ล่าง (น้ำเงิน | เทาอมน้ำเงิน)

โครงสร้าง:

TEXT
Container "About"        (Full Width, Column, CSS ID: about)
│                        พื้น: gradient 90° #0070FF 50% | #A8A8A8 50%  → Mobile: น้ำเงินล้วน
├── Heading H2 "About Me"
└── Container "About Row" (Row → Column บนมือถือ)
    ├── Container "Bio"     (50%) → Text Editor ประวัติย่อ
    └── Container "Skills"  (50%) → Progress Bar × 5
                            พื้น: โปร่งใสบน Desktop → Mobile: #495157
แผนภาพโครงสร้าง About Me ชุดเดียว บน Desktop คอลัมน์ Bio และ Skills อยู่ซ้ายขวาบนพื้นน้ำเงินกับเทา บน Mobile เรียงบนล่าง Skills มีพื้นเทาอมน้ำเงินของตัวเอง
รูปที่ 5.2 โครงสร้าง About Me แบบชุดเดียว

5.1 สร้าง Container ของ About

  1. วางเมาส์ใต้ Container Hero → คลิก + → Flexbox → 1 คอลัมน์ (ตรวจใน Navigator ว่าอยู่ระดับเดียวกับ Hero ไม่ได้ซ้อนอยู่ข้างใน)
  2. ตั้งชื่อ About → แท็บ Layout: Content Width Full Width · Direction Column - vertical · Gaps 0
  3. แท็บ Advanced
    • CSS ID: about
    • Padding: Top 60, Bottom 0, Left/Right 0 px (ซ้าย-ขวาต้องเป็น 0 เพื่อให้พื้นของคอลัมน์ลูกชิดขอบจอบนมือถือ)
  4. ลาก Heading มาวาง → Title About Me · HTML Tag H2 · Alignment Center · Color #E4E4E4 (Global: Heading Light) · Typography Roboto 30 px Weight 600

5.2 ตั้งพื้นหลังแบ่งสีแบบ Responsive

เลือก Container About → แท็บ Style → Background → Background Type: Gradient (ไอคอนไล่สี)

ตัวเลือกDesktopTabletMobile
Color#0070FF · Location 50 %–Location 100 %
Second Color#A8A8A8 · Location 50 %–Location 100 %
TypeLinear––
Angle90 deg––
  • ตั้ง Location ของทั้งสองสี เท่ากัน สีจะแบ่งเป็นเส้นตรง ไม่ไล่สี
  • บน Mobile ดันทั้งสองจุดไปที่ 100% พื้นทั้งแถบจึงเป็นน้ำเงินล้วน แล้วให้คอลัมน์ Skills ใส่สีของตัวเองในขั้นที่ 5.4
  • วิธีตั้งค่า Mobile: คลิกไอคอน 🖥 ข้าง Location → เลือก Mobile → ตั้งค่า (Tablet ไม่ต้องตั้ง จะใช้ค่าจาก Desktop)
แผง Background แบบ Gradient ที่ตั้งมุม 90 องศา จุดสีสองจุดที่ 50% และเมนูเลือกอุปกรณ์ข้างช่อง Location
รูปที่ 5.3 Gradient แบ่งสีที่ตั้งค่าแยกตามอุปกรณ์

5.3 สร้างแถวและคอลัมน์ประวัติย่อ

  1. ลาก Container มาไว้ใต้ Heading → ตั้งชื่อ About Row
    • Content Width Full Width · Direction: Row - horizontal (Mobile: Column - vertical) · Gaps 0 · Align Items Stretch
  2. ลาก Container 2 ตัวมาวางใน About Row → ตั้งชื่อ Bio และ Skills
    • ทั้งสองตัว: Layout → Width 50 % (Mobile: 100 %)
    • ทั้งสองตัว: Advanced → Padding 40 px ทุกด้าน (Mobile 30)
  3. ใน Bio ลาก Text Editor มาวาง → พิมพ์ประวัติย่อ → Text Color ขาว · Typography Roboto 16, Line Height 1.7 em
TEXT
สวัสดีครับ ผม สมชาย ใจดี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ สนใจการพัฒนาเว็บไซต์ด้วย WordPress และ
JavaScript มีประสบการณ์ทำเว็บไซต์ให้ชมรมและโครงงานในรายวิชา ปัจจุบันกำลัง
ศึกษาเรื่อง DevOps และการนำ AI มาใช้กับงานเกษตรอัจฉริยะ
💡ทำไม Width ต้อง 50% พอดี

พื้นของ Container About แบ่งสีที่ 50% ของความกว้างจอ ถ้าคอลัมน์ Bio กว้าง 50% พอดี, Gaps เป็น 0 และ Padding ซ้าย-ขวาของ About เป็น 0 รอยต่อของสีจะตรงกับขอบคอลัมน์พอดี ถ้าตั้ง Gaps หรือ Padding เพิ่ม รอยต่อจะเลื่อน

5.4 เพิ่ม Progress Bar และสีพื้นของคอลัมน์ Skills

  1. ใน Skills ลาก widget Progress Bar มาวาง
  2. แท็บ Content
ตัวเลือกค่าที่ตั้ง
TitleHTML/CSS
Title HTML Tagspan (แถบทักษะไม่ใช่หัวข้อของเอกสาร ไม่ควรเป็น H)
Display TitleShow
Percentage85
Display PercentageShow
Inner Text(ลบข้อความ "Web Designer" ทิ้งให้ว่าง)
  1. แท็บ Style
กลุ่มตัวเลือกค่าที่ตั้ง
Progress BarColorดำ #000000
Progress BarBackground Colorขาว #FFFFFF
Progress BarHeight10 px
Progress BarBorder Radius5 px
Title StyleText Colorขาว #FFFFFF
Title StyleTypographyRoboto 16 · Weight 600
  1. เลือก Progress Bar ที่ตั้งเสร็จ → Duplicate (Ctrl+D) 4 ครั้ง → แก้ Title และ Percentage ของแต่ละแถบ
ลำดับทักษะ (ตัวอย่าง)Percentage
1HTML/CSS85
2JavaScript75
3PHP60
4WordPress80
5Linux70
  1. สีพื้นของ Skills บนมือถือ: เลือก Container Skills → Style → Background → Gradient
ตัวเลือกDesktopMobile
Colorตัวเลือกสี → ลาก Opacity เป็น 0 (โปร่งใส) · Location 100 %Location 0 %
Second Color#495157 (Global: Slate) · Location 100 %Location 0 %
Type / AngleLinear · 180 deg–
  • Desktop: จุดสีทั้งสองอยู่ที่ 100% จึงเห็นเฉพาะสีแรก (โปร่งใส) และเห็นพื้นเทาของ About ทะลุขึ้นมา
  • Mobile: จุดสีทั้งสองอยู่ที่ 0% จึงเห็นเฉพาะสีที่สอง (#495157) เต็มคอลัมน์
💡เทคนิคนี้ทำงานอย่างไร

Elementor Free ตั้งสีพื้นแยกตามอุปกรณ์ไม่ได้ แต่ ตั้ง Location ของ gradient แยกตามอุปกรณ์ได้ เราจึงใส่ทั้งสองสีไว้ใน gradient แล้วเลื่อน Location เพื่อเลือกว่าจะให้สีไหนเต็มพื้นที่ ต้นแบบก็ใช้หลักเดียวกันนี้กับชุด Mobile (linear-gradient(0deg, #495157 30%, #0070FF 0%))

🚨ความซื่อสัตย์ของข้อมูล

ระดับทักษะควรสะท้อนความสามารถจริง ถ้าให้คะแนนตัวเองสูง ควรมีผลงานที่ยืนยันได้

แผง Content ของ Progress Bar ที่ตั้ง Title เป็น HTML/CSS, Percentage 85 และแผง Style ที่ตั้งสีแถบดำบนพื้นขาว
รูปที่ 5.4 ตั้งค่า Progress Bar
ส่วน About Me บนจอคอมพิวเตอร์ ครึ่งซ้ายพื้นน้ำเงินมีหัวข้อและประวัติย่อ ครึ่งขวาพื้นเทามีแถบทักษะสีดำ 5 แถบ
รูปที่ 5.5 ผลลัพธ์ส่วน About Me (Desktop)
ส่วน About Me บนโทรศัพท์มือถือ ประวัติย่ออยู่ด้านบนพื้นน้ำเงิน แถบทักษะอยู่ด้านล่างพื้นเทาอมน้ำเงินเต็มความกว้างจอ
รูปที่ 5.6 ผลลัพธ์ส่วน About Me (Mobile)

ขั้นที่ 6: ส่วนที่ 3 — What I can Do! (15 นาที)

เป้าหมาย: หัวข้อ เส้นคั่น และกล่องความสามารถ 3 กล่องบนพื้นหลังสีเทาเข้ม วางเมาส์บนกล่องแล้วพื้นกล่องจะเปลี่ยนเป็นสีดำ

โครงสร้าง:

TEXT
Container "Skills Overview"  (Full Width, Column, พื้น #505050)
├── Heading H2 "What I can Do!"
├── Divider
└── Container "Boxes"        (Boxed, Row → Column บนมือถือ)
    ├── Container (33%) → Icon Box     ← Hover: พื้นดำ
    ├── Container (33%) → Icon Box
    └── Container (33%) → Icon Box

6.1 สร้าง Container และหัวข้อ

  1. วางเมาส์ใต้ Container About → + → Flexbox → 1 คอลัมน์ → ตั้งชื่อ What I can Do
  2. Layout: Content Width Full Width · Direction Column · Align Items Center · Style → Background Classic Color #505050 (Global: Dark Grey) · Advanced → Padding Top/Bottom 60 px
  3. Heading What I can Do! · H2 · Center · สีขาว · Roboto 44 px Weight 300
  4. Divider · Style Solid · Width 100 px · Alignment Center · Color ขาว · Weight 2 px

6.2 สร้างกล่องความสามารถ

  1. ลาก Container มาวางใต้ Divider → ตั้งชื่อ Boxes → Content Width Boxed · Direction Row (Mobile: Column) · Gaps 20
  2. ลาก Container 1 ตัวมาวางใน Boxes → Width 33 % (Mobile 100 %) · Padding 30 px
  3. ตั้ง Hover ของกล่อง: Style → Background → แท็บ Hover → Background Type Classic → Color ดำ #000000 · Transition Duration 0.3 วินาที
  4. ลาก widget Icon Box มาวางในกล่อง
แท็บตัวเลือกค่าที่ตั้ง
ContentIconคลิก Icon Library → ค้นหา laptop-code
ContentViewStacked (ไอคอนอยู่ในวงกลมทึบ)
ContentShapeCircle
ContentTitleDeveloper
ContentDescriptionพัฒนาเว็บไซต์และเว็บแอปพลิเคชันด้วย WordPress และ JavaScript
ContentTitle HTML TagH3
Style → BoxIcon PositionTop · Alignment Center
Style → IconPrimary Colorขาว #FFFFFF (พื้นวงกลม)
Style → IconSecondary Color#505050 (สีไอคอน)
Style → IconSize40 px
Style → ContentTitle Color / Description Colorขาว
  1. เลือก Container กล่องที่ 1 (ใน Navigator) → Duplicate (Ctrl+D) 2 ครั้ง ทุกกล่องจะได้การตั้งค่า Hover และ Icon Box เหมือนกัน
  2. แก้ไอคอนและข้อความของกล่องที่ 2 และ 3
กล่องคำค้นไอคอน (Font Awesome)Title (H3)ตัวอย่าง Description
1laptop-codeDeveloperพัฒนาเว็บไซต์และเว็บแอปพลิเคชัน
2chalkboard-teacherTeaching / Mentoringช่วยสอนเพื่อนและรุ่นน้องในรายวิชาเขียนโปรแกรม
3flask หรือ lightbulbResearcherทำโครงงานวิจัยด้าน AI และ IoT
ℹ️Accessibility

ไอคอนในส่วนนี้เป็นภาพตกแต่ง เพราะมีหัวข้อ H3 บอกความหมายอยู่แล้ว จึงไม่ต้องใส่ป้ายกำกับให้ไอคอน ส่วนเอฟเฟกต์ Hover ใช้ตกแต่งอย่างเดียว ข้อมูลทั้งหมดยังอ่านได้ครบบนมือถือซึ่งไม่มี Hover

แผง Content ของ Icon Box ที่ตั้ง View เป็น Stacked และ Shape เป็น Circle พร้อมแท็บ Hover ของ Container ที่ตั้งพื้นสีดำ
รูปที่ 6.1 ตั้งค่า Icon Box และ Hover ของกล่อง
ส่วน What I can Do! พื้นหลังเทาเข้ม มีกล่องความสามารถ 3 กล่อง ไอคอนในวงกลมขาว กล่องกลางถูกวางเมาส์จึงเป็นพื้นดำ
รูปที่ 6.2 ผลลัพธ์ส่วน What I can Do!

ขั้นที่ 7: ส่วนที่ 4 — Follow Me on… (10 นาที)

  1. วางเมาส์ใต้ Container What I can Do → + → Flexbox → 1 คอลัมน์ → ตั้งชื่อ Follow
  2. Content Width Full Width · Direction Column · Align Items Center · Background Classic ขาว · Padding Top 40 / Bottom 60 px
  3. Heading Follow Me on… · H2 · Center · สีดำ #000000 · Roboto 44 px Weight 300 (ต้นแบบสะกดผิดเป็น "Fllow" ให้ใช้คำที่ถูกต้องคือ Follow)
  4. Divider · Solid · Width 100 px · Center · Color #A8A8A8 (Global: Light Grey)
  5. ลาก widget Social Icons มาวาง แล้วตั้งค่าตามตาราง
แท็บตัวเลือกค่าที่ตั้ง
ContentSocial Icons (รายการ)คลิก + Add Item ให้ครบ 3–5 รายการ แต่ละรายการคลิก Icon เลือกแบรนด์ แล้วใส่ Link ของตนเอง
ContentLink → ไอคอนเฟือง ⚙ติ๊ก Open in new window ทุกรายการ
ContentShapeRounded
ContentAlignmentCenter
Style → IconColorCustom
Style → IconPrimary Color#0070FF (Global: Brand Blue)
Style → IconSecondary Colorขาว
Style → IconSize24 px · Padding 0.5 em · Spacing 12 px
Style → Icon HoverPrimary Color#0E0B0B
ℹ️ความปลอดภัยของลิงก์ที่เปิดแท็บใหม่

ลิงก์ที่มี target="_blank" ในเบราว์เซอร์รุ่นปัจจุบันถือว่ามี rel="noopener" โดยอัตโนมัติ หน้าปลายทางจึงควบคุมแท็บเดิมของเราไม่ได้ ถ้าไม่ต้องการส่งคะแนน SEO ให้ลิงก์ภายนอก ให้ติ๊ก Add nofollow เพิ่มด้วย

แผง Social Icons ที่มีรายการ GitHub, Facebook และ YouTube พร้อมตัวเลือก Open in new window และสี Custom
รูปที่ 7.1 ตั้งค่า Social Icons

ขั้นที่ 8: ส่วนที่ 5 — Call to Action + Template (15 นาที)

8.1 สร้างส่วน CTA

  1. วางเมาส์ใต้ Container Follow → + → Flexbox → 1 คอลัมน์ → ตั้งชื่อ CTA
  2. Layout: Content Width Full Width · Min Height 318 px · Direction Column · Justify Content Center · Align Items Center · Gaps 24
  3. Style → Background Classic → Image cta-bg.jpg · Position Center Center · Display Size Cover
  4. Style → Background Overlay → Color ดำ #000000 · Opacity 0.5
  5. Advanced → Padding Top/Bottom 60 px · CSS ID: hire
  6. เพิ่ม widget
    • Heading Need a Professional Developer? · H2 · Center · ขาว · Roboto 44 px Weight 100 (Mobile 30)
    • Text Editor ยินดีรับงานพัฒนาเว็บไซต์และร่วมทำโครงงาน ติดต่อได้ทางอีเมล · Center · ขาว
    • Button Hire Me · Link mailto:อีเมลของคุณ · Alignment Center · Background #FF0051 (Global: CTA Pink) · Border Radius 8 px
แบนเนอร์ชวนติดต่อที่มีภาพโต๊ะทำงานโทนมืดเป็นพื้นหลัง หัวข้อ Need a Professional Developer? และปุ่ม Hire Me สีชมพูแดง
รูปที่ 8.1 ผลลัพธ์ส่วน CTA

8.2 บันทึกเป็น Template แล้วนำไปใช้ในหน้า Contact

  1. ใน Navigator คลิกขวา ที่ Container CTA → Save as a Template
  2. ตั้งชื่อ CTA – Hire Me → Save
  3. คลิก Publish (หรือ Ctrl+S ถ้ายังไม่ต้องการเผยแพร่) เพื่อบันทึกหน้า About
  4. ทดสอบการใช้ซ้ำ
    1. Pages → Add New Page → ชื่อ Contact → Edit with Elementor
    2. Page Settings (⚙) → Hide Title เปิด · Page Layout Elementor Full Width (เหมือนขั้นที่ 3.4)
    3. บน Canvas คลิกไอคอน Add Template (รูปแฟ้ม 📁) → แท็บ My Templates → CTA – Hire Me → Insert
    4. Publish หน้า Contact
  5. จัดการ Template ทั้งหมดได้ที่ wp-admin → Templates → Saved Templates (บางเวอร์ชันอยู่ใต้เมนู Elementor)
หน้าต่าง Save as a Template ที่ตั้งชื่อ CTA – Hire Me และหน้าต่าง Library แท็บ My Templates ที่มีปุ่ม Insert
รูปที่ 8.2 บันทึกและแทรก Template
⚠️Template ของรุ่น Free เป็นการคัดลอก ไม่ซิงก์

การ Insert Template คือ คัดลอก Container ทั้งก้อนมาวางในหน้า Contact ถ้าวันหลังแก้ข้อความใน Template (หรือในหน้า About) หน้า Contact จะไม่เปลี่ยนตาม

ถ้าต้องการแก้ที่เดียวแล้วเปลี่ยนทุกหน้า ต้องใช้ Global Widget ซึ่งเป็นฟีเจอร์ของ Elementor Pro ส่วน Synced Pattern ของ Block Editor ทำแบบนี้ได้ในตัว (เปรียบเทียบในทดสอบความเข้าใจข้อ 4)


ขั้นที่ 9: เผยแพร่ ตั้งหน้าแรก และเพิ่มในเมนู (10 นาที)

9.1 เผยแพร่

  1. ในหน้า About (Elementor) คลิก Publish
  2. คลิกไอคอน Preview (รูปตา 👁) ที่ Top bar หรือกลับไปที่ wp-admin → Pages → View เพื่อเปิดหน้าจริง

9.2 ตั้งเป็นหน้าแรก (ถ้าต้องการ)

  1. Settings → Reading
  2. Your homepage displays → A static page
  3. Homepage → About
  4. Posts page → เลือกหน้า Blog (ถ้ามี) หรือปล่อยว่าง
  5. Save Changes
หน้า Reading Settings ที่เลือก A static page และตั้ง Homepage เป็น About
รูปที่ 9.1 ตั้งหน้า About เป็นหน้าแรก

9.3 เพิ่มหน้าในเมนู

Blocksy เป็นธีมแบบ Classic จึงจัดการเมนูที่ Appearance → Menus

  1. Appearance → Menus → create a new menu → ชื่อ Main Menu → Create Menu
  2. กล่อง Pages ด้านซ้าย → ติ๊ก About และ Contact → Add to Menu
  3. ลากเรียงลำดับ About ไว้บนสุด
  4. Menu Settings → Display location → ติ๊กตำแหน่ง Header Menu 1 และ Mobile Menu (ชื่ออาจต่างเล็กน้อยตามเวอร์ชันธีม)
  5. Save Menu
  6. เปิดหน้าเว็บ → คลิกไอคอนเมนู (≡) ตรวจว่ามีลิงก์ครบ
หน้า Menus ที่มีรายการ About และ Contact ใน Main Menu และเลือกตำแหน่งแสดงผลของธีม
รูปที่ 9.2 สร้างเมนูและกำหนดตำแหน่ง

ขั้นที่ 10: ตรวจสอบ Responsive (10 นาที)

10.1 ตรวจใน Elementor

  1. Top bar → ไอคอน Responsive Mode (Ctrl+Shift+M) → สลับ Desktop / Tablet / Mobile
  2. ตรวจทีละส่วน: ขนาดชื่อ H1, คอลัมน์ Contact เรียงเป็นแถว, พื้น About เปลี่ยนสี, Divider ใน Hero หายไปบน Mobile

10.2 ตรวจในเบราว์เซอร์ด้วย DevTools

  1. เปิดหน้าจริง → กด F12 → คลิกไอคอน Toggle device toolbar (Ctrl+Shift+M)
  2. ทดสอบ 3 ขนาด: 375px (Mobile), 768px (Tablet), 1280px (Desktop)
  3. กด Ctrl+Shift+R (Hard reload) หลังเปลี่ยนขนาดทุกครั้ง
  4. ตรวจตามตาราง
รายการDesktopTabletMobile
ภาพ Hero เต็มจอ ข้อความอ่านได้ชัด☐☐☐
ภาพ Hero เลื่อนแบบ Parallax เฉพาะ Desktop☐––
รูปโปรไฟล์เป็นวงกลม ไม่เบี้ยว☐☐☐
เส้น Divider ใน Hero หายไป––☐
About Me แบ่งสีตรงรอยต่อคอลัมน์☐☐☐
ปุ่ม About Me เลื่อนลงมาที่ส่วน About☐☐☐
Progress Bar วิ่งเมื่อเลื่อนมาเห็น☐☐☐
กล่องความสามารถ 3 กล่องเรียงลงเป็นแถวบนจอเล็ก––☐
ไอคอนโซเชียลเปิดในแท็บใหม่☐☐☐
ไม่มีแถบเลื่อนแนวนอน (Horizontal scroll)☐☐☐
💡ปุ่ม #about ใช้ได้ทุกอุปกรณ์แล้ว

เพราะส่วน About Me มีชุดเดียว CSS ID about จึงมีอยู่จริงบนทุกอุปกรณ์ ปัญหานี้เกิดกับวิธี 2 ชุดของต้นแบบ แต่ไม่เกิดกับวิธีของเรา

หน้า About Me ที่สร้างด้วย Elementor แสดงผลบนจอคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และโทรศัพท์มือถือ วางเรียงกัน
รูปที่ 10.1 เปรียบเทียบผลลัพธ์ 3 ขนาดจอ

Checklist ตรวจงานก่อนเผยแพร่

ธีมและการตั้งค่า

  • ใช้ธีม Blocksy + ปลั๊กอิน Elementor (Free) และไม่มีปลั๊กอินเสริมที่ไม่ได้ใช้
  • เปิด Load Google Fonts Locally แล้ว
  • Header มีโลโก้และเมนู ส่วน Footer มีข้อความลิขสิทธิ์ของตนเอง
  • หน้า About ตั้ง Hide Title และ Elementor Full Width แล้ว ส่วน Hero อยู่ติด Header

เนื้อหา

  • มีครบ 5 ส่วนเนื้อหา: Hero, About Me, What I can Do!, Follow Me, CTA
  • ข้อมูลทั้งหมดเป็นของตนเอง ไม่มีข้อความจากต้นแบบหรือข้อความตัวอย่างค้างอยู่ (เช่น "Web Designer" ใน Inner Text ของ Progress Bar)
  • หัวข้อเรียงลำดับถูกต้อง: H1 มีหนึ่งเดียว (ชื่อ) → H2 (ชื่อส่วน) → H3 (หัวข้อใน Icon Box)
  • ไม่มีเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัว ที่อยู่บ้าน หรือข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว

ภาพ

  • ภาพทุกภาพย่อขนาดตามขั้นที่ 0 แล้ว
  • รูปโปรไฟล์และโลโก้มี Alt text ภาพพื้นหลังเว้น Alt text ไว้
  • ถ้าใช้ภาพจาก AI ได้ระบุไว้ใน Footer หรือ Caption

ฟังก์ชัน

  • ใช้ Global Colors แทนการพิมพ์รหัสสีซ้ำ
  • Divider ใน Hero ซ่อนบน Mobile (Hide On Mobile)
  • ปุ่ม About Me เลื่อนไปที่ส่วน About ได้ ทุกอุปกรณ์ ส่วนปุ่ม Hire Me เปิดโปรแกรมอีเมลได้
  • มี Template CTA – Hire Me และใช้ในหน้า Contact แล้ว
  • ลิงก์โซเชียลทุกลิงก์ใช้ได้และเปิดในแท็บใหม่
  • ตรวจครบทั้ง 3 ขนาดจอตามตารางในขั้นที่ 10

ทดสอบความเข้าใจ

  1. หน้าเดียวกันนี้สร้างได้ทั้งด้วย Elementor และ Block Editor ข้อดีและข้อจำกัดของแต่ละวิธีคืออะไร (ตอบอย่างน้อย 2 ข้อต่อวิธี และพิจารณาเรื่องขนาด HTML/CSS ที่ส่งไปยังเบราว์เซอร์ด้วย)
  2. ต้นแบบทำส่วน About Me 2 ชุดแล้วซ่อนตามอุปกรณ์ ส่วนบทความนี้ทำชุดเดียวแล้วใช้ gradient ที่ตั้ง Location แยกตามอุปกรณ์ ให้เปรียบเทียบสองวิธีในแง่ขนาดหน้าเว็บ การดูแลเนื้อหา และ SEO
  3. ถ้าต้องการใช้วิธี 2 ชุดของต้นแบบ แต่ให้ปุ่ม "About Me" ใช้ได้ทั้งบน Desktop และ Mobile ควรแก้อย่างไร (เสนออย่างน้อย 1 วิธี)
  4. Template ของ Elementor Free, Global Widget ของ Elementor Pro และ Synced Pattern ของ Block Editor ต่างกันอย่างไร เมื่อใดควรใช้แต่ละแบบ
  5. Elementor Free มี Progress Bar ในตัว ส่วน Block Editor ต้องเพิ่มปลั๊กอิน การใช้ Page Builder ขนาดใหญ่หนึ่งตัวกับการใช้ปลั๊กอินเล็กหลายตัว มีผลต่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพของเว็บต่างกันอย่างไร (เชื่อมโยงกับบทที่ 08–10)
  6. การใช้ภาพที่สร้างด้วย AI บนเว็บไซต์ส่วนตัวมีประเด็นด้านจริยธรรมและลิขสิทธิ์อะไรที่ต้องระวัง

อยากไปต่อ? ลองทำโจทย์ท้าทาย

  1. Transparent Header — ทำให้ Header ของ Blocksy ซ้อนอยู่บนภาพ Hero (Customize → Header → Transparent Header) และตั้งให้เป็นแบบนี้เฉพาะหน้า About
  2. Entrance Animation — ใส่ Motion Effects → Entrance Animation แบบ Fade In Up ให้ Icon Box ทั้ง 3 กล่อง โดยตั้ง Animation Delay ต่างกัน (0, 150, 300 ms) แล้วตรวจว่าผู้ที่ตั้งค่า ลดการเคลื่อนไหว ในระบบปฏิบัติการยังใช้งานได้ดี
  3. หน้า Contact — เพิ่มแบบฟอร์มด้วยปลั๊กอิน Contact Form 7 (วางด้วย widget Shortcode) แล้ววาง Template CTA ไว้ท้ายหน้า
  4. Performance — วัดคะแนนด้วย PageSpeed Insights ก่อนและหลังเปิด Elementor → Settings → Performance (เช่น Optimized DOM Output, Improved CSS Loading, Lazy Load Background Images) และปรับภาพเป็น WebP ให้ได้คะแนน Performance ≥ 80 บนมือถือ
  5. Contrast — ใช้ WebAIM Contrast Checker ตรวจสีตัวหนังสือบน Hero, About (#E4E4E4 บน #0070FF) และ CTA ให้ผ่านเกณฑ์ WCAG AA ถ้าไม่ผ่านให้ปรับสีแล้วบันทึกเหตุผล

สรุป

ถึงตรงนี้เราได้หน้า About Me ครบทั้ง 5 ส่วน คือ Hero, About Me, What I can Do!, Follow Me และ CTA ด้วย Elementor รุ่นฟรีเพียงปลั๊กอินเดียว โดยใช้ค่าสีและฟอนต์ตรงกับต้นแบบ สิ่งสำคัญที่ได้ฝึกคือการแยกหน้าเว็บออกเป็น Container และ Widget การตั้งค่าแยกตามอุปกรณ์ด้วย Responsive Mode และ Hide On การใช้ gradient แยกตามอุปกรณ์แทนการทำเนื้อหา 2 ชุด การใช้ Global Colors และการบันทึก Template เพื่อลดงานซ้ำ

ถ้าทำตามแล้วติดตรงไหน ลองดูตารางปัญหาที่พบบ่อยในภาคผนวก ข หรือถามไว้ในช่องความคิดเห็นได้เลยครับ


ภาคผนวก ก: ตารางเทียบต้นแบบ, Elementor (บทความนี้) และ Block Editor

ต้นแบบ (Elementor, Section)บทความนี้ (Elementor, Container)Block Editorขั้นที่
Page Layout: Elementor Full WidthPage Settings: Hide Title + Elementor Full WidthBlocksy Page Settings: ปิด Page Title และ Vertical Spacing3.4
–Site Settings → Global Colors / FontsGlobal Styles (theme.json)3.5
Section + Background Image + OverlayContainer (Full Width) + Background + Background OverlayCover block4.1, 8.1
Heading H2Heading H1Heading H14.3
Inner Section / ColumnContainer ซ้อน (Direction Row → Column)Columns / Column4.5, 5.3, 6.2
About Me 2 ชุด + Hide OnAbout Me ชุดเดียว + Gradient Location แยกตามอุปกรณ์2 ชุด + Block Visibility หรือพื้นหลังรายคอลัมน์5
Progress BarProgress BarKadence Blocks → Progress Bar5.4
Column Hover BackgroundContainer → Background → Hover(ต้องเขียน CSS)6.2
Icon BoxIcon BoxIcon + Heading + Paragraph6.2
DividerDividerSeparator4.4, 6.1, 7
Social IconsSocial IconsSocial Icons7
Advanced → Responsive → Hide OnAdvanced → Responsive → Hide OnBlock Visibility (WordPress 7.0)4.4
–Save as a Template (คัดลอก) / Global Widget (Pro)Synced Pattern8.2

ภาคผนวก ข: ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีแก้

อาการสาเหตุที่เป็นไปได้วิธีแก้
กด Install แล้วระบบถามรหัส FTPเว็บเซิร์ฟเวอร์ไม่มีสิทธิ์เขียนในโฟลเดอร์ wp-contentตรวจสิทธิ์ด้วยคำสั่ง ls -l ~/wp-folder/wp-content แล้วแจ้งผู้ดูแลเซิร์ฟเวอร์ หากได้รับอนุญาต ให้เพิ่มบรรทัด define('FS_METHOD', 'direct'); ใน wp-config.php เหนือบรรทัด /* That's all, stop editing! */
ไม่มีปุ่ม Edit with Elementorยังไม่ได้เปิด Elementor ให้ PagesElementor → Settings → General → Post Types ติ๊ก Pages
Elementor โหลดค้าง / หน้าจอเทาPHP memory ไม่พอ หรือปลั๊กอินอื่นขัดกันดู Elementor → System Info ตรวจ Memory Limit (ควร ≥ 256M) ลองเปิด Elementor → Tools → Safe Mode
หา widget Progress Bar / Icon Box ไม่เจอแผงแสดงองค์ประกอบ Atomic เป็นหลักพิมพ์ชื่อ widget ในช่องค้นหาของแผง หรือดูขั้นที่ 1.3 ข้อ 1
แก้แล้วหน้าจริงไม่เปลี่ยนไฟล์ CSS ของ Elementor หรือ cache ค้างElementor → Tools → Regenerate Files & Data แล้วล้าง cache ของเบราว์เซอร์และปลั๊กอิน cache
ยังเห็นหัวข้อ "About" ด้านบนยังไม่ได้เปิด Hide Titleทำขั้นที่ 3.4 ซ้ำ ถ้ายังเห็นอยู่ให้ปิด Page Title ใน Blocksy Page Settings เพิ่ม
มีแถบขาวระหว่าง Header กับ HeroPage Layout ไม่ใช่ Elementor Full Width หรือ Blocksy เว้นระยะไว้ตรวจขั้นที่ 3.4 และ Callout "ยังมีช่องว่าง…"
Hero ไม่เต็มความกว้างจอContent Width ของ Container เป็น Boxedตั้ง Content Width: Full Width
รอยต่อสีของ About ไม่ตรงคอลัมน์Width ไม่ใช่ 50%, มี Gaps หรือ Padding ซ้าย-ขวาตั้งตามขั้นที่ 5.1 และ 5.3
Gradient ไล่สี ไม่เป็นเส้นแบ่งLocation ของสองสีไม่เท่ากันตั้ง Location ให้เท่ากัน (ตรวจทั้ง Desktop และ Mobile)
บนมือถือคอลัมน์ Skills ไม่เป็นสีเทาเข้มตั้ง Location ของ Mobile ไม่ครบเลือกไอคอน 📱 ข้าง Location แล้วตั้งทั้งสองจุดเป็น 0
Divider ยังแสดงบนมือถือใน Editorเป็นพฤติกรรมปกติของ Editorตรวจใน Responsive Mode (Preview) หรือหน้าจริง
มีแถบเลื่อนแนวนอนบนมือถือContainer หรือรูปกว้างเกินจอ / Padding ด้าน Desktop ติดมาตรวจ Padding ของ Text Editor ใน Contact บน Mobile ให้เป็น 0
Progress Bar ไม่วิ่งดูใน Editor หรือ cacheดูที่หน้าเว็บจริง แถบจะวิ่งเมื่อเลื่อนมาเห็น
ปุ่ม Hire Me ไม่เปิดอีเมลลืมพิมพ์ mailto:แก้ลิงก์เป็น mailto: ตามด้วยอีเมล
แก้ CTA ในหน้า About แล้วหน้า Contact ไม่เปลี่ยนTemplate ของรุ่น Free เป็นการคัดลอกพฤติกรรมปกติ ต้องแก้ทั้งสองหน้า (ดู Callout ในขั้นที่ 8.2)

แหล่งอ้างอิง (ตรวจสอบเมื่อ 22 กันยายน 2569)

ธีมและปลั๊กอิน

Elementor Help Center

เครื่องมือเตรียมภาพ

เอกสารในรายวิชา

  • บทที่ 06 Block Editor (Gutenberg), บทที่ 07 WordPress Themes & FSE, บทที่ 08 Plugins, บทที่ 09 Responsive & Performance, บทที่ 10 Security

By Watcharin Sarachai